Showing posts with label ธรรมะหลวงปู่ชุมพล พลปญโญ. Show all posts
Showing posts with label ธรรมะหลวงปู่ชุมพล พลปญโญ. Show all posts

17.7.13

คำสอนของระุพุทธเจ้าทุกๆพระองค์




พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า พระองค์แสดงธรรมประดุจเรือ
เมื่อบุคคลอาศัยเรือมาถึงฝั่ง ก็ทิ้งเรือขึ้นฝั่ง
ไม่ต้องแบกหาบหามเรือตามไปบนฝั่งด้วย
เพราะว่าพระองค์แสดงธรรมเพื่อเกื้อหนุนการละวาง
มิได้แสดงธรรมเพื่อเกื้อหนุนความยึดมั่น
เพราะการยึดมั่นทั้งปวงมีโทษทั้งสิ้น
แม้แต่กระทั่งการยึดมั่นในธรรม
จงอาศัยธรรมเพื่อเป็นเครื่องข้ามฝั่ง
ทรงตรัสสอนให้รู้จักละวางอุปาทาน แม้กระทั่งธรรมะ ไม่ต้องพูดถึงอธรรมแล้ว
การละชั่วทั้งปวง การทำความดีให้ถึงพร้อม การยังจิตให้ขาวรอบ
นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์มา

16.7.13

เปรียบเหมือน



ปริยัติธรรมเปรียบเหมือนแผนที่
การปฏิบัติธรรมคือการเดินทาง
จุดหมายในแผนที่คือสถานที่น่ารื่นรมย์
จุดหมายในการปฏิบัติธรรมคือพระนิพพาน
สมบัติในโลกนี้เป็นของไม่เที่ยงแท้แน่นอน
ลาภ ยศ สรรเสริญ เหมือนดอกไม้บาน ไม่นานก็เหี่ยวเฉา
รูปลักษณ์ย่อมเก่าแก่ชราคร่ำคร่าไปตามกาล
ญาติสนิทมิตรสหายล้วนพลัดพรากจากกันในที่สุด
เมื่อยามเกิดคิดจะมาครอบครองโลก
ยามใกล้ตาย แขน ๒ ขา ๒ ยังบังคับบัญชาไม่ได้
บัณฑิตสละสมบัติในโลกเพื่อแลกอริยทรัพย์
สละความยึดมั่นเพื่อแลกอิสระเสรีทางจิต
เมื่อมองด้วยตาปัญญาแล้ว สมบัติในโลกไม่มีอันใดควรอาลัย
โลกนี้เป็นทุกข์ นิพพานเป็นสุข
แผนที่มีอยู่แล้ว ให้เร่งเดินทาง


14.7.13

ร่างกาย





อาหารเป็นของที่จะต้องบูดเน่าเมื่อผ่านกาลเวลา
ร่างกายนี้ประกอบขึ้นมาจากอาหาร
นั่นคือร่างกายประกอบขึ้นมาจากของที่บูดเน่า
ตุ๊กตาที่สร้างจากทองคำ ย่อมแสดงคุณสมบัติของทองคำ
ตุ๊กตาที่สร้างจากอุจจาระ ย่อมแสดงคุณสมบัติของอุจจาระ
ร่างกายย่อมแสดงออกซึ่งคุณสมบัติแห่งของบูดเน่า
ย่อมเป็นรังของโรค เป็นสาธารณะแก่หมู่หนอนและเชื้อโรค
ร่างกายประกอบมาจากสิ่งที่มาจากหลายถิ่นหลายที่
ท้ายที่สุดร่างกายจึงแตกสลายพลัดพรากกระจัดกระจาย
ชีวิตเริ่มต้นจากความไม่มี และตายไปกับความไร้
เมื่อเกิดมาก็ล้วนรู้แน่ว่าจะต้องตาย
สิ่งที่พบพานในชีวิตล้วนแล้วแต่เป็นมายาทั้งสิ้น
ผู้หลงใหลในมายาย่อมถูกคร่ากุมจองจำไว้ด้วยมายา
ผู้ใฝ่ในสัจจะพึงละความยินดีในมายาเสีย


ธรรมะ พระชุมพล พลปุญโญธรรม

31.1.13

การสละ



โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องลงทุน
ต้องสละอย่างหนึ่ง เพื่อจะได้อีกอย่างหนึ่ง
สละสิ่งของ เพื่อให้ได้น้ำใจ
สละผลประโยชน์ เพื่อแลกความน่าเชื่อถือ
สละหยาดเหงื่อ เพื่อให้ได้ผลงาน
คิดเอาทุกอย่าง จะเจอทางตัน
ยอมสละบางอย่าง จะเจอทางรอด
ถอยออกมาก่อน อาจเจอทางเดินหน้า
ยอมแพ้เสียก่อน อาจเจอทางชนะ
สละความเห็นแก่ตัว เพื่อให้ได้ใจบริสุทธิ์
สละขันธ์ ๕ เพื่อให้ได้นิพพาน
หอบพะรุงพะรัง ขึ้นไม่ถึงยอดเขา
บรรทุกมาก เรือจะจม
คนฉลาด รู้จักสละในกาละเทศะอันสมควร
จะประสบผลสำเร็จในทุกวิถี

28.1.13

ธรรมะที่แ้ท้จริงเป็นของไร้ภาษา




ธรรมะที่แท้จริงเป็นของไร้ภาษา
เพราะว่าภาษาทั้งหลายทั้งปวง ล้วนแล้วแต่เป็นมายา
การเทศนาธรรมคือการอาศัยใช้มายาเพื่อชักจูงให้คนเข้าถึงสัจธรรม
การแจ่มแจ้งในสัจจะ ต้องเกิดพุทธิภาวะขึ้นในใจของผู้ฟังเอง
ฉะนั้น การจะรู้แจ้งสัจธรรม ผู้ฟังต้องเอาใจมาฟัง มิใช่หู
ผู้ฟังต้องรู้เอง แจ้งเอง เห็นเอง ละเอง ที่ใจของตน
ภาษาเป็นแค่เพียงสื่อให้ผู้ฟังปลงปัญญาที่ใจตนเอง
ฉะนั้น การสร้างบารมีทั้งปวงจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
นั่นคือ บารมีเป็นสิ่งเกื้อหนุนเตรียมใจรอการบรรลุธรรม
จิตใจที่ไร้บารมี เมื่อฟังธรรม ย่อมไม่บังเกิดผล
ฉะนั้น จงขวนขวายสร้างบารมีทุกอย่างทุกเมื่อ อย่าทอดธุระ
เพื่อเป็นการเตรียมใจเพื่อควรแก่การรู้แจ้งสัจธรรม
ผู้มีบารมีจึงบรรลุธรรม ไร้บารมีไม่บรรลุ

22.11.12

อุปาทาน....



สังขารเป็นของไม่เที่ยงอยู่แล้ว
แต่การไม่หยั่งรู้ความเป็นไปแห่งสังขาร จึงถูกปิดบัง
การเจริญสติเป็นเครื่องเปิดเผยความจริงของสังขาร
ฉะนั้น จงอย่าท้อถอยในการเจริญสติปัฏฐาน
สติปัฏฐานนั่นแหละ นำบุคคลไปสู่อมตะ
เป็นสาเหตุแห่งการพ้นจากทุึกข์ทั้งปวง
สติที่เป็นไปในกาย จะเปิดเผยความจริง
ความไม่เที่ยงของสังขารจะปรากฏแก่ญาณปัญญา
อุปาทานที่ยึดมานานจะคลายออก
กิเลสทั้งหลายทั้งปวงจะถูกชำระ
ทางมีอยู่ ขอเชิญท่านทั้งหลายพากันเดินสู่ความดับทุกข์

21.11.12

อุปทาน



คนเรานั้นเกิดคนเดียว ตายคนเดียว
ไม่ได้เอาสมบัติมา ไม่ได้เอาสมบัติไป
รักกกันเพียงใด ก็ต้องมาผูกจำจาก
ข้ามาคนเดียว ข้าไปคนเดียว
ไม่มีใครเป็นอะไรของใคร
ต่างคนต่างมา ต่างคนต่างไป
ยิ่งยึดยิ่งทุกข์ ปล่อยวางได้จึงเบาสบาย
ดิน น้ำ ลม ไฟ นั้่นไม่รู้จักกัน
อุปาทานเท่านั้นที่สร้างมายามาผูกพัน
เมื่อความโง่เข้าครองงำจะผูก
เมื่อปัญญาแจ่มแจ้งจะสลัดคืน
เมื่อมาจากดิน ท้ายที่สุึดก็สลายกลายเป็นดิน
ยึดเอาไว้ก็ได้แต่ทุกข์ตอบแทน
อยากโง่ก็ยึดต่อไป คิดได้ก็วางเสีย...

20.11.12

ความว่าง...



ความว่างมีเพื่อสละ มิใช่เพื่อครอบครอง
เพราะการครอบครอง จึงไม่ว่าง
เพราะการสละ จึงไม่ว่าง
การปฏิบัติธรรม ปฏิบัติเพื่อเเสวงหาความว่าง
แต่เมื่อเจอความว่างจากการปฏิบัติ
ต้องสละความว่างแม้นั้นอีก อย่าครอบครองเป็นของเรา
การครอบครองคือการสงวนรักษากลัวหาย กลัวเสื่อม
เมื่อคิดครอบครอง ย่อมทำลายความว่างจิตว่างเสียสิ้น
เมื่อสละความว่าง ความว่าง จึงเเสดงอานุภาพของมันอย่างเต็มที่
นั่นคือความว่างจะช่วยทำลายกิเลส อาสวะ อนุสัย ที่หมักดองนอนเนืองอยู่ในสันดานมาหลายกัปกัลป์
เมื่อเจอความว่าง จงสละ อย่าครอบครอง

19.11.12

อยากรู้....



ที่บอกว่าเห็นโทษกิเลสแล้ว แต่ยังละไม่ได้
นั่นคือบอกว่า ย้งไม่เห็นโทษกิเลสนั่นเอง
ที่เห็นโทษแล้วต้องละได้
ที่ยังละไม่ได้คือไม่เห็นโทษ
ความรู้นั้นอย่างหนึ่ง
แต่รู้หลังจากละนั้นคือรู้แจ้งเห็นจริง
รู้ก่อนละคือปัญญา
รู้หลังละคือวิมุตติญาณทัสสนะ
เมื่อรู้แล้วฝึกละด้วย นั่นคือผู้ปฏิบัติ
ถ้ารู้แล้วละไม่ละ ไม่มีคุณค่าของการเรียนรู้
ผู้เรียนธรรม จะแตกฉานในธรรมไม่ได้
ถ้าไม่มีผลงานในภาคปฏิบัติ
อยากรู้ธรรมะ อย่งเพิ่งรู้แค่ท่อง
อยากรู้ให้จริง ต้องรู้ให้ละ.....

18.11.12

รัก.....



รัำกร้อยย่อมทุกข์ร้ัอย
รักห้าสิบย่อมทุกข์ห้าสิบ
รักหนึ่งย่อมทุกข์หนึ่ง
ไม่รักย่อมไม่ทุกข์
ความโศกย่อมเกิดจากความรัก
ความกลัวย่อมเกิดจากความรัก
ผู้ที่ปราศจากความรักย่อมปราศจากความโศกและความกลัว
สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง
จิตดวงที่มีความรักย่อมคัดค้านความไม่เที่ยง
สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์
จิตดวงที่มีความรักย่อมค้ดค้านความเป็๋นทุกข็
สังขารทั้งปวงเป็นอนัตตา
จิตดวงที่มีความรักย่อมคัดค้านความเป็นอนัตตา
จิตดวงที่มีความรักย่อมกลัวการปรากฏขึ้่นของความจริง
จิตดวงที่มีความรักเมื่อปรากฏขึ้่นย่อมมีโศก
จิตดวงที่ไม่ยอมรับความจริง ย่อมมีความกลัว ย่อมมีความโศก
รักร้อยย่อมทุกข์ร้อย
รักห้าสิบย่อมทุกข์ห้าสิบ
รักหนึ่งย่อมทุึกข์หนึ่ง
ไม่รักย่อมไม่ทุกข์

17.11.12

วันนี้คุณทำสมาธิเเล้วหรือยัง



จิตของเราท่านเปรียบว่าซนเหมือนลิง
การฝึกสมาธิก็คือการฝึกลิง
หรืออีกประการท่านเปรียบว่าฝึกโคดื้อ
การฝึกสมาธิ ต้องอดทน
พึงมีศิลและกุศลธรรมทั้งปวงเป็นบาทฐาน
สติเป็นตัวดำเนินการงาน
ความเพียรพยายามคือกำลัง
กำหนดจิตอยู่ทีองค์กรรมฐาน อย่าทอดธุระ
ถึงแม้จะมีอารมณ์ภายนอกมารบกวนก็อย่าท้อแท้
ทางเดินร้อยลี้เริ่มจากก้าวก้าวเดียว
ก่อนอรุณรุ่ง ใยมิใช่มืดสนิท
ท่านผู้ชำนาญในสมาธิ ก็เคยเป็นอย่างเรามาก่อน
แต่เพราะการฝึกฝนไม่ล้มเลิกจึงสำเร็จผลได้
ความสุขจาำกสมาธิ เป็นความสุขอันประเสริฐ
คุ้มค่ากับการอดทนลงทุนลงแรงฝึกฝน
วันนี้คุณทำสมาธิแล้วหรือยัง????

16.11.12

รักตัวเองจริงต้องฝึกฝนตน



รักตัวเองจริง ต้องฝึกฝนตน
การการกระทำของตนนั้นแล คือเครื่องบ่งชี้
หาใช่คำสรรเสริญนินทาไม่
คำพูดคน ไม่อาจทำให้ หินลอยน้ำ นุ่นจมน้ำ
จงเคารพตนเองด้วยการสร้างความดี
การสร้างความชั่วคือการทำร้ายตน
ความดีช่วยให้เราเจริญในขณะทีเรากระทำ
ไม่ต้องรอจนกระทั้่งที่คนยอมรับ
คำ้เชื้อเชิญกินข้าว ยังไม่สามารถช่วยให้อิ่มท้องได้
สรรเสริญ นินทา เป็นของกลวง
สิ่งที่เรากระทำนั่นแหละเป็นของจริง

15.11.12

คนเลี้ยงม้า...



คนเลี้ยงม้าใ้ห้พระราชา ยังเป็นคุณหลวงได้
หมอนวดพระราชา ยังเป็นคุณพระได้
ผู้ที่ช่วยเหลืองานเล็กๆน้อยๆแก่ผู้ยิ่งใหญ่
ย่อมสามารถมีศักดิ์ฐานันดรอันสูงได้
ในโลกนี้ ไม่มีใครใหญ่เกินองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ที่ช่วยเหลืองานเล็กๆน้อยๆแก่พระองค์ผู้จอมไตรภพ
เช่า ปัดกวาด เช็ด ถู พระพุทธรูป หิ้งพระ
กวาดอาวาสวิหารลานพระเจดีย์
แม้แต่ล้างส้วม ทำความสะอาดในวัดวาอาราม
ย่อมสามารถมีศักดิ์ฐานันดรอันยิ่งใหญ่ทางธรรมได้
งานเล็กน้อยที่สร้างอุทิศแก่ผู้ยิ่งใหญ่นั้น
ผลมิได้ออกมาเล็กน้อยด้วยเลย
ฉะนั้น ท่านผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด
จึงขวนขวายในการบูชาพระรัตนตรัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

***************

จากหนังสือ พุดตานกถา

2.11.12

ทุกเช้า



ทุกเช้าให้เป็นเช้าที่จะริเริ่มสร้างความดี
ทุกค่ำให้ประเมินตนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง
เอาความผิดพลาดเป็นครู เพื่อแก้ไขในวันรุ่งขึ้น
อย่ามีชีวิตที่ถอยหลัง หรือ อยู่กับที่
ทุกวันต้องเป็นวันเพื่อขนขวายละชั่ว ทำดี
ชีวิตนี้ต้องดีขึ้น อย่าเลวลง
น้ำหยดทีละหยดยังเต็มตุ่ม
บารมีที่ขวนขวายสร้างทีละนิด จะเต็มได้
อย่าดูถูกตัวเอง แล้วไม่สร้างความดี
อย่าสบประมาทต้ัวเอง แล้ว ไม่ละความชั่ว
อย่าจมปลักอยู่กับอดีต แล้วไม่พัฒนาตน
ทางเดินร้อยลี้ เิริ่มจากก้าวก้าวเดียว

********************

จากหนังสือ พุดตานกถา


9.10.12

ตัณหา-อุปาทาน



ตัณหาสร้างความหิวโหยกระหายให้เกิดขึ้นแก่จิต
อุปาทานสร้างความยึดมั่นถือมั่นให้เกิดขึ้นแก่จิต
ยิ่งยึดมั่นถือมั่นมาก ก็ยิ่งเป็นการสร้างกรงกับดักให้จิต
ฝูงชนในโลกมากมาย กายเป็นอิสระ แต่ใจถูกจองจำ
ยึดมั่นในตัวตนของตน
ยึดมั่นในของรัก
ยึดมั่นในของเกลียด
ท่านผู้มีอิสระเสรีทางจิต จะต้องไม่กำหนดหมายดังนี้ว่า
สิ่งใดเป็นของเรา สิ่งใดเป็นของเขา
สิ่งใดเป็นของรัก สิ่งใดเป็นของเกลียด
สิ่งใดเป็นของดี สิ่งใดเป็นของเลว
จิตย่อมเป็นอิสระจากความชอบ และความชัง
จิตที่มีีอิสระย่อมว่างเบาสบาย
ย่อมปราศจากความรัก ชัง เกลียด โกรธ หวง ห่วง อาลัย
ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเเล ดับอุปาทานได้


6.10.12

จุดหมายปลายทางเดียวกัน


บุคคลอาจเดินทางไปในทิศทางต่างกัน
แต่จุดหมายปลายทางเดียวกันคือป่าช้า
เมื่อเกิดมาก็เอาความตายมาด้วย
ความเกิดก็คือความตาย
ความตายก็คือความเกิด
ชีวิตก็คือความใกล้ตาย
ก่อนตายก็คือมีชีวิต
คนโง่คิดว่ามีอยู่ เเท้ที่จริงดับสลาย
เกิดมาชั่วขณะ ก็แตกดับเปลี่ยนแปลง
ความเที่ยงแท้ คือของหลอก
ความแตกดับคือของจริง
อย่าหลอกตัวเองอยู่ในความฝัน
อย่ากลบเศษแก้วไว้ด้วยขี้เถ้า
ความตายคือของที่อยู่ในพกในห่อ
ไปใหนก็เอาไปด้วย...
ควรสร้างกุศล ควรประพฤติธรรม ควรประกอบบุญบารมี
อย่าปล่อยให้วันเวลาล่วงเลยไปเปล่า
เพราะผู้ประมาท ย่อมไปยัดเยียดอยู่ในนรก ร้องให้จนน้ำตาไหลเป็นสายเลีอด

5.10.12

ที่บอกว่า



ที่บอกว่าเห็นโทษกิเลสแล้ว แต่ยังละไม่ได้
นั่นคือบอกว่า ย้ังไม่เห็นโทษกิเลสนั่นเอง
ที่เห็นโทษแล้วต้องละได้
ที่ยังละไม่ได้คือไม่เห็นโทษ
ความรู้นั้นอย่างหนึ่ง
แต่รู้หลังจากนั้นคือรู้เเจ้งเห็นจริง
รู้ก่อนละคือปัญญา รู้หลังละคือวิมุตติญาณทัสสนะ
เมื่อรู้่แล้วไม่ละด้วย นั่นคือผู้ปฏิบัติ
ถ้ารู้แล้วไม่ละ ไม่มีคุณค่าของการรู้
ผู้เรียนธรรม จะแตกฉานในธรรมไม่ได้
ถ้าไม่มีผลงานในภาคปฏิบัติ
อยากรู้ธรรม อย่ืาเพียงแค่รู้ท่อง
อยากรู้ให้จริง ต้องรู้ละ

3.10.12

ทุกเช้า.....




ทุกเช้าให้เป็นเช้าที่จะริเริ่มสร้างความดี
ทุกค่ำใ้ห้ประเมินตนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง
เอาความผิดพลาดเป็นครู 
เืพื่อแก้ไขในวันรุ่งขึ้น
อย่าีมีชีวิตที่ถอยหลังหรืออยู่กับที่
ทุกวันต้องเป็นวันเพื่อขวนขวายละชั่ว ทำดี
ชีวิตนี้ต้องดีขึ้น อย่าเลวลง
น้ำหยดทีละหยดยังเต็มตุ่ม
บารมีที่ขวนขวายสร้างทีละนิด จะเต็มได้
อย่าดูถูกตัวเอง แล้วไม่สร้างความดี
อย่าสบประมาทตัวเอง แล้วไม่ละความชั่ว
อย่าจมปลักอยู่กับอดีต แล้วไม่พัฒนาตน
ทางเดินร้อยลี้ เริ่มจากก้าวก้าวเดียว

************

จากหนังสือ พุดตานกถา

คนมีธรรม