27.11.10

ความหมายของกิเลส























--กิเลส แปลว่า สิ่งเกาะติด สิ่งเปรอะเปื้อน สิ่งสกปรก
กิเลส คือ สิ่งที่แฝงติดอยู่ในใจแล้วทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัว มีอุปมาเหมือนสีที่ใส่ลงไปในน้ำทำให้น้ำมีสีเหมือนสีที่ใส่ลงไป ใจก็เช่นกัน ปกติก็ใสสะอาด แต่กลายเป็นใจดำ ใจง่าย ใจร้ายก็เพราะมีกิเลสเข้าไปอิงอาศัยผสมปนเปอยู่
--กิเลสที่ชอบซุกหมักหมมอยู่ในใจคนมากที่สุด คือ ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ เพราะกิเลสชอบซุกหมักหมมอยู่ในใจของคน จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กิเลสาสวะ หรือ อาสวกิเลส แปลว่า กิเลสที่หมักดองอยู่ในจิต

กิเลเสนฺติ อุปตาเปนฺตีติ = กิเลสา (วา)
กิลิสฺสติ เอเตหีติ = กิเลสา
ธรรมชาติใด ย่อมทำให้เร่าร้อน ฉะนั้น ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า กิเลส หรือ
สัมปยุตตธรรม คือ จิต เจตสิก ย่อมเศร้าหมองด้วยธรรมชาติใด
ฉะนั้น ธรรมชาติที่เป็นเหตุแห่งการเศร้าหมองของสัมปยุตตธรรมนั้น
จึงชื่อว่า กิเลส (ได้แก่ กิเลส ๑๐)


กิเลส มี ๑๐ ประการ คือ
-อโนตตัปปะ

ความไม่รู้สึกตื่นกลัวต่อการทุจริต
-โทสะ

ความโมโห โกรธ ความไม่พอใจ
-โมหะ

ความหลงใหล ความโง่
-อุทธัจจะ

ความฟุ้งซ่านไปต่างๆนานา
-ทิฏฐิ

ความเห็นผิดเป็นชอบ
-วิจิกิจฉา

ความเคลือบแคลงใจ สงสัย ไม่แน่ใจ ลังเลใจ ในสิ่งที่ควรเชื่อ
-โลภะ

ความพอใจ ชอบพอ เต็มใจ ในโลกียอารมณ์ต่างๆ
-ถีนะ

ความหดหู่ เงียบเหงา
-อหิริกะ

ความไม่ละอายต่อการกระทำผิด ทุจริต
-มานะ

ความ ทะนงตน ถือตัว เย่อหยิ่ง *************************

No comments:

Post a Comment

คนมีธรรม