ปุจฉา --- ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม มันเคยรู้แล้วมันกลับไปไม่รู้ได้เหรอคะ
วิสัจฉนา---ได้ เป็นของเสื่อม เพราะฉะนั้นอย่าประมาทนะ การปฏิบัตินะทิ้งไม่ได้เลย ต้องทำทุกวันแหละ ถ้าเราทิ้งไปก็เสื่อม ทำไมเสื่อมล่ะ เพราะมันเป็นโลกียธรรม เป็นของเสื่อม ไม่ใช่โลกุตตรธรรมนะ โลกียธรรม เพราะฉะนั้น ที่ภาวนารู้กายรู้ใจ มีสติว่องไว มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ เห็นอะไรก็รู้สภาวะรู้ลักษณะไปเรื่อย บางวันไม่รู้อะไรเลย เสื่อมไป ทีนี้ถ้าเสื่อมเพราะไม่ได้ปฏิบัตินี่นะ น่าเสียดาย
แต่ถ้าเรายังปฏิบัติ ตามรู้กายตามรู้ใจเหมือนวันปกตินั่นแหละ แต่เสื่อมเนี่ย ตรงนี้มีประโยชน์นะ เราจะเริ่มเห็นความจริงเลย จริงๆแล้วเราบังคับไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่างเราตามรู้จิตใจของเรา ทุกวันๆนะ เราเห็นเลยบางวันจิตใจดี มีสติมีปัญญากุศลเกิดมากมาย บางวันแย่มากเลย อะไรๆก็ไม่เกิด มัวซัวไม่รู้เรื่องเลยทั้งๆที่ปฏิบัติเหมือนกัน เราจะเริ่มเห็นความจริงแล้ว จริงๆคือเราบังคับไม่ได้ มีค่าที่ error มีความเบี่ยงเบนเกิดขึ้นละ แสดงว่าเราบังคับไม่ได้จริงละ เนี่ย ใจจะค่อยๆเห็นความจริงแต่ถ้าวันนี้ภาวนา จิตเจริญขึ้นมาละ เอ้าต่อมา 3 วันแล้วขี้เกียจละ ขี้เกียจแล้วเสื่อม ขี้เกียจแล้วเสื่อมนี่จะไม่เห็นไตรลักษณ์หรอกนะ มันจะรู้สึกว่าที่ เสื่อมเพราะเราไม่ทำ ถ้าฉันทำเมื่อไหร่ ฉันก็ดีเมื่อนั้น เกิดความรู้สึกอย่างนี้นะ เนี่ย กิเลสมันหลอกละ มันจะรู้สึกเป็นอัตตา ไม่ใช่เป็นอนัตตา
เพราะฉะนั้นการปฏิบัตินะเว้นวรรคไม่ได้ เว้นวรรคไม่ได้ หลวงพ่อเว้นวรรคให้ได้ 2 อันนะ ที่ยินยอมยกโทษให้มี 2 อันเท่านั้น อันนึงตอนหลับ ตอนหลับมันเจริญสติไม่ได้ อีกอันนึงตอนทำงานที่ใช้ความคิด ขณะที่ทำงานใช้ความคิดเจริญสติไม่ได้ เพราะจิตต้องไปรู้เรื่องงาน ต้องคิด แต่เวลานอกนั้นเนี่ย รู้สึกตัวไว้ สมมติทำงานมาตั้งหลาย ชม. ละ เหลือเวลานิดหน่อยนะ 5 นาที 10 นาทีก็อย่าทิ้งเปล่าๆ ให้รู้ทันจิตรู้ทันใจไป รู้ไม่ได้ก็รู้กายไป
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธ ที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธ ที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐
No comments:
Post a Comment