คำพระท่านว่า "มามืด -ไปมืด มามืด-ไปสว่าง มาสว่าง-ไปมืด มาสว่าง-ไปสว่าง" เป็นคำที่เตือนสติสาธุชนได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีหลายท่านที่ได้ยินแล้วไม่เชื่อฟัง กล่าวก็คือ ทั้งที่ทราบก็ไม่เร่งศึกษา ไม่เร่งเอามาพิจารณาและปฏิบัติ
มามืด-ไปมืด หมายถึง เราสร้างบุญกุศลมาดีพอที่เกิดเป็นมนุษย์ แต่ก็ยังมีวิบากกรรมอยู่บ้างหลายส่วน ทำให้ชีวิตลำบากลำบนตกทุกข์ได้ยาก และยังไม่ใช้โอกาสในการเป็นนุษย์ขวยขวายในการทำความดี ประพฤติดี ชีวิตก็มีแต่ความทุกข์ยากมืดมนต่อไป ครั้นตายไปก็มืดกลับไปไม่ได้บุญกุศลตามไปด้วย ซ้ำร้ายบางทีอาจนำวิบากกรรมใหม่ทีเกิดจากอกุศลกรรมติดตามไปภพหน้าอีก
มามืด-ไปสว่าง หมายถึง เราสร้างบุญกุศลมาก็ดีพอที่เกิดมาเป็นมนุษย์ แต่ก็ยังมีวิบากกรรมอยู่บ้างหลายส่วน ได้ใช้โอกาสที่เป็นมนุษย์ทำีดี ประพฤติดีชีวิตก็มีความสุข ความเจริญ ครั้นเมื่อตายไปก็สว่างกลับไป คือ ไ้ด้บุญกุศลติดตามไป
มาสว่าง-ไปมืด หมายถึง เราสร้างบุญกุศลมาดีจนได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และเกิดในชาติตระกูลสูง สถาณที่ดีงาม แต่กลับใช้โอกาสทีเป็นมนุษย์บนความได้เปรียบนั้น ประพฤติผิดที่ผิดทำนองคลองธรรมทำให้ชีวิตตกต่ำลง ครั้นตายไปก็มืดกลับไป
มาสว่าง-ไปสว่าง หมายถึง เราสร้างบุญกุศลมาดีจนไ้ด้เกิดมาเป็นมนุษย์ และเกิดในชาติตระกูลสูง อยู่ในสถาณที่ดีงาม และได้ใช้โอกาสที่เป็นมนุษย์ประพฤติชอบ สร้างบุญกุศลให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น ชีวิตก็มีแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป ครั้นตายไปก็สว่างไสวกลับไป คือได้บุญกุศลติดตามไป ท่านทั้งหลายเมื่อได้ยินได้ฟังแ้ล้วก็ไม่ควรประมาทมัวเมาในชีวิต ควรหาโอกาสฝึกฝนพัฒนาตนขนขวายทำแต่บุญกุศล เพื่อชีวิตที่ดียิ่งๆขึ้นไป
ที่มา--ธ.ธรรมรักษ์

No comments:
Post a Comment