แรงของนักปฏิบัติก็มี ๕ แรง มีกำลังมีพละ๕ อย่าง เรามีศรัทธามั้ยบางวันเราก็มีศร
ัทธาใช่มั้ย บางวันพระพุทธเจ
าขัดผลประโยชน์ของเรา เราก็ไม่เอาเราก็เอาผลประโยชน์ ไม่เอาพระพุทธเจ้า
ศรัทธาของเราก็ผลุบๆโผล่ๆ
วันนี้มีศรัทธาอีกวันนึงไม่มีศรัทธาวันนี้มีวิริยะนะขยันหมั่นเพียร อีกวันนึงขี้เกียจไปแล้ว วิริยะไม่มี บางวันมีสติใช่มั้ย
ช่วงนึงมีสติอยู่ ๑ วัน ขาดสติไป ๗วันอย่างนี้ กำลังของสติเราไม่พอ
จิตใจของเราไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวจิตใจเราร่อนออกข้างนอกตลอดเวลาเนี่ยสมาธิเราไม่พอ กำลังของสมาธิไม่พอเราไม่ค่อยสนใจที่จะคอยแยกธาตุแยกขันธ์
แล้วดูความเป็นไตรลักษณ์ของธาตุของขันธ์ของกายของใจ นานๆเห็นทีนึงรู้สึกมั้ยนานๆก็เห็นร่างกายไม่ใช่เรา แว้บนึงนะ
บางทีแปรงฟันอยู่เห็นไม่ใช่เรามั้ย ที่เหลือเป็นเราหมดเลย เนี่ยปัญญากำลังปัญญาเรา
ไม่พอถ้ากำลังของเราพอนะ ศรัทธาของเราแน่นแฟ้น วิริยะของเราต่อเนื่องสติของเราทำงานได้รวดเร็ว สมาธิเราดี
จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวปัญญาของเราดีเราแยกธาตุแยกขันธ์ เห็นไตรลักษณ์ของธาตุของขันธ์ ของกายของใจอย่างสม่ำเสมอ ถ้าแรงเราพอแบบนี้นะ จิต
จะยิ่งมีกำลังที่จะตัดกิเลส เกิดอริยมรรคเกิดอริยผล เกิดอริยมรรคฆ่ากิเลสได้
ถ้ากำลังไม่พอไม่เกิดอริยมรรคหรอกงั้นเราต้องมาพัฒนากำลังของเรานะจุดอ่อนของฆราวาสคือกำลังน้อย สังเกตมั้ย
บางวันก็ศรัทธา บางวันก็ไม่ศรัทธา
บางวันก็(มี)วิริยะใช่มั้ย บางวันก็ไม่มีวิริยะ
บางวันน้อยวันที่มีสติ จำนวนมากไม่มีสติหรอก หลงแหลกลาน จิตที่หลงไปกับจิตที่รู้สึกตัว จิตที่ตั้งมั่นอยู่กับตัวเอง มีน้อย
รู้สึกมั้ย สภาวะที่หลงไปมีเยอะ สมาธิเราไม่พอนะงั้นเราต้องพยายามมาพัฒนากำลังทั้ง ๕ เนี่ย ผนึกกำลัง
ทั้ง ๕ นี่ขึ้นมาให้ได้นะ รวมแรงทั้ง ๕นี้ขึ้นมาเนี่ย จะฆ่ากิเลสตายเราต้องมารวมแรง
หลวงพ่อสอนเนี่ยสอนให้พวกเราพัฒนากำลังทั้ง ๕ นี้ สอนทุกวันนะพวกเราอาจจะไม่รู้ อย่างหลวงพ่อสอนพวกเรา บอกว่าทุกวันต้องทำในรูปแบบ
ต้องไหว้พระ ต้องสวดมนต์ ต้องคิดถึงคุณของพระพุทธเจ้ากระทั่งพวกเราจะมาขอบคุณหลวงพ่อ ว่าสอนแล้วพวกเร
าปฏิบัติพ้นทุกข์หลวงพ่อบอกให้ขอบคุณพระพุทธเจ้า นึกออกมั้ยเราจะต้องคิดถึงครูบาอาจารย์ของเรา
พ่อแม่ของเรา สูงที่สุดนะ อาจารย์ที่สอนเรานี่ ก็เป็นแค่ลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าเพราะงั้นสูงสุดของเราคือพระพุทธเจ้าใจของเราต้องยึดถือท่านนะ คิดถึงท่านเรื่อยๆ คิดถึงคุณงามความดีของท่าน
ท่านไม่ใช่เป็นอะไรกับเราซักหน่อยทำไมมีความเมตตากรุณานะ ยอมลำบากยากเข็ญ
ตั้งนานแสนนานเพื่อจะค้นคว้าธรรมะมาได้ธรรมะมาแล้ว แทนที่ท่านจะเสพสุข
เป็นพระอรหันต์มีความสุขจะตายไปท่านกลับทุกข์ทรมานนะ ต้องออกมาสู้กับพวกมิจฉาทิฏฐิสู้กับกิเลสมิจฉาทิฏฐิก็พยายามบอมบ์ท่านนะถึงขนาดจ้างผู้หญิงมาแกล้งว่าทำเป็นท้องกับท่านก็มี จ้างคนมาด่าท่านก็มี ทำ
ได้สารพัดเลยที่จะเล่นงานท่านต่างๆนานาท่านต้องสู้กับพวกมิจฉาทิฏฐิต้องสู้กับกิเลสของพวกเราแต่ละคนด้วย เวลา(ฟัง
)คำสอนของท่านเนี่ยเป็นคำสอนที่ฝืนกิเลสพวกเราเราบางคนรับไม่ไหวนะพวกกิเลสแรง รู้สึกคำสอนของพระพุทธเจ้า
ไม่เอาดีกว่าเนี่ยท่านต้องมาต่อสู้นะ กว่าจะตั้งศาสนาขึ้นมาได้ ถ่ายทอดสืบทอดมาถึงเราเนี่ย
ท่านยากลำบากมากมาย เพราะปัญญาของท่านมหาศาล ที่จะค้นพบธรรมะได้เอง
ขนาดธรรมะที่ท่านค้นแล้ว เอามาสอนเราเรายังทำได้บ้างไม่ได้บ้างเลยเห็นมั้ยปัญญาของท่านมาก ความกรุณาของท่า
นมากนะถ้าเราหัดภาวนาไปเรื่อยใจของเราสงบ สะอาด สว่างนะเข้าถึงความบริสุทธิ์มากขึ้นๆเราก็จะรู้ถึงความบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าด้วย
เนี่ยพอใจของเรายิ่งภาวนาไป
ใจเรายิ่งห่างไกลความทุกข์ เราจะยิ่งเคารพยิ่งรักพระพุทธเจ้าแน่นแฟ้นนะศรัทธาของเราจะมีกำลังมากขึ้นๆงั้นบางวันถ้าหมดศรัทธานะ พยายามนะคิด
ถึงคุณของพระพุทธเจ้าไว้ พยายามคิดถึงคุณของท่านไว้ แล้วพอเราคิดถึงคุณของท่าน
ใคร่ครวญถึงคุณงามความดีของท่านนะใจก็เกิดศรัทธาขึ้นมาอีกหรือเราคบกับคนที่เค้ามีศรัทธา ถ้าเราคบคนที่มีศรัทธานะ เราก็จะโน้มนำไปให้เกิดศรัทธา
เราไปคบพวกมิจฉาทิฏฐิไม่มีศรัทธานะมันก็พาเราเสื่อมศรัทธาไปด้วยนะเรื่องคบคนก็สำคัญนะเนี่ยหลวงพ่อก็สอนพวกเราทุกวัน ต้องไหว้พระต้องสวดมนต์ คิดถึงคุณของพระ
อันนี้คือพัฒนาพลังของศรัทธาขึ้นมาต้องทำทุกวันในรูปแบบ ถ้าเราอดทนอดกลันทำทุกวัน เหน็ดเหนื่อยแค่ไหนนะ
ถึงเวลาก็ต้องปฏิบัติ ถึงเวลาต้องภาวนา
ภาวนาตอนค่ำทำไม่ไหวจริงๆนะ
ทำมันตั้งแต่ตื่นนอนทำวันละหลายๆรอบเช้าสายบ่ายเย็น ไม่มีใครมาว่าเราหรอก
ทำทีละเล็กทีละน้อยก็ยังดีกว่าไม่ทำเลยพากเพียรเข้านะ อดทน
ทีแรกการลงมือปฏิบัตินะ จะไปนั่งสมาธิไปทำอะไรต่ออะไรนะ มันฝืนความรู้สึก
ฝืนความขี้เกียจขี้คร้าน ฝืนความท้อแท้ท้อถอยของเรา พอเราทำมากขึ้นๆใจเรามีกำลังขึ้นพัฒนาขึ้น เราจะขยันมากขึ้
นเพราะเราเห็นคุณเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติวิริยะมันจะมากขึ้นๆเพราะงั้นเบื้อต้นบางทีหลวงพ่อขอ บอกขอ ๑๐ นาที ถ้า ๑๐ นาทีพวกเราทำได้นะ
ต่อไปจิตของเรามีความสุข มีความสงบมีเรี่ยวมีแรงนะ มันจะเพิ่มของมันเองมันอยากเพิ่ม หลวงพ่อขอ ๑๐ นาที
ขอแถมให้อีกชั่วโมงนึงนะ อย่างนี้มีเยอะเลยเดี๋ยวนี้ บางคนภาวนาตั้งหลายชั่วโมงนะวันนึง อันนั้นถ้าเค้ามีเวลานะ
ถ้าไม่มีเวลา(ทำ)๑๐นาทีอย่าให้ขาดถ้าทำได้ทุกวันเนี่ย วิริยะ พลังของความเพียรของเรา จะแก่กล้าขึ้น เวลาตั้งใจจะทำอ
ะไรแล้วเนี่ยถ้าเป็นสิ่งที่ดีงามนะ
ไม่ท้อถอย ลำบากแค่ไหนก็ทำ ถึงจะเจ็บจะป่วยก็ทำ
หลวงพ่อสอนเนี่ยสอนให้พวกเราพัฒนากำลังทั้ง ๕ นี้ สอนทุกวันนะพวกเราอาจจะไม่รู้ อย่างหลวงพ่อสอนพวกเรา บอกว่าทุกวันต้องทำในรูปแบบ
ต้องไหว้พระ ต้องสวดมนต์ ต้องคิดถึงคุณของพระพุทธเจ้ากระทั่งพวกเราจะมาขอบคุณหลวงพ่อ ว่าสอนแล้วพวกเร
าปฏิบัติพ้นทุกข์หลวงพ่อบอกให้ขอบคุณพระพุทธเจ้านึกออกมั้ยเราจะต้องคิดถึงครูบาอาจารย์ของเราพ่อแม่ของเราสูงที่สุดนะอาจารย์ที่สอนเรานี่ก็เป็นแค่ลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าเพราะงั้นสูงสุดของเราคือพระพุทธเจ้า
ใจของเราต้องยึดถือท่านนะ คิดถึงท่านเรื่อยๆ คิดถึงคุณงามความดีของท่าน
ท่านไม่ใช่เป็นอะไรกับเราซักหน่อยทำไมมีความเมตตากรุณานะยอมลำบากยากเข็ญตั้งนานแสนนาน เพื่อจะค้นคว้าธรรมะมา
ได้ธรรมะมาแล้วแทนที่ท่านจะเสพสุขเป็นพระอรหันต์มีความสุขจะตายไปท่านกลับทุกข์ทรมานนะต้องออกมาสู้กับพวกมิจฉาทิฏฐิสู้กับกิเลสมิจฉาทิฏฐิก็พยายามบอมบ์ท่านนะถึงขนาดจ้างผู้หญิงมาแกล้งว่าทำเป็นท้อง
กับท่านก็มีจ้างคนมาด่าท่านก็มีทำได้สารพัดเลยที่จะเล่นงานท่านต่างๆนานาท่านต้องสู้กับพวกมิจฉาทิฏฐิต้องสู้กับกิเลสของพวกเราแต่ละคนด้วย เวลา(ฟัง
)คำสอนของท่านเนี่ยเป็นคำสอนที่ฝืนกิเลสพวกเรา เราบางคนรับไม่ไหวนะ
พวกกิเลสแรงรู้สึกคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เอาดีกว่า
เนี่ยท่านต้องมาต่อสู้นะ กว่าจะตั้งศาสนาขึ้นมาได้ ถ่ายทอดสืบทอดมาถึงเราเนี่ย
ท่านยากลำบากมากมาย เพราะปัญญาของท่านมหาศาล ที่จะค้นพบธรรมะได้เอง
ขนาดธรรมะที่ท่านค้นแล้ว เอามาสอนเราเรายังทำได้บ้างไม่ได้บ้างเลยเห็นมั้ยปัญญาของท่านมาก ความกรุณาของท่า
นมากนะถ้าเราหัดภาวนาไปเรื่อยใจของเราสงบ สะอาด สว่างนะเข้าถึงความบริสุทธิ์มากขึ้นๆเราก็จะรู้ถึงความบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าด้วย
เนี่ยพอใจของเรายิ่งภาวนาไป
ใจเรายิ่งห่างไกลความทุกข์ เราจะยิ่งเคารพยิ่งรักพระพุทธเจ้าแน่นแฟ้นนะศรัทธาของเราจะมีกำลังมากขึ้นๆงั้นบางวันถ้าหมดศรัทธานะ พยายามนะคิด
ถึงคุณของพระพุทธเจ้าไว้ พยายามคิดถึงคุณ
ของท่านไว้แล้วพอเราคิดถึงคุณของท่านใคร่ครวญถึงคุณงามความดีของท่านนะใจก็เกิดศรัทธาขึ้นมาอีก หรือเราคบ
กับคนที่เค้ามีศรัทธา ถ้าเราคบคนที่มีศรัทธานะ เราก็จะโน้มนำไปให้เกิดศรัทธา
เราไปคบพวกมิจฉาทิฏฐิไม่มีศรัทธานะมันก็พาเราเสื่อมศรัทธาไปด้วยนะเรื่องคบคนก็สำคัญนะเนี่ยหลวงพ่อก็สอนพวกเราทุกวัน ต้องไหว้พระต้องสวดมนต์ คิดถึงคุณของพระอันนี้คือพัฒนาพลังของศรัทธาขึ้นมาหลวงพ่อพุธเคยเล่าให้หลวงพ่อฟังนะ
ว่ามีพระองค์นึงพระเนี่ยปกติท่า
นมีข้อวัตรที่ต้องทอย่างไปกวาดวัดต้องกวาดวัดต้องทำความสะอาดกุฎิเสนาสนะอะไรเนี่ย พระต้องทำพระปล่อยให้กุฎิสกปรกเนี่ยปล่อยวัดสกปรกเนี่ยผิดมากเลย ไม่ถือว่าไม่เคารพพระธรรมวินัยเนี่ยมีพระอยู่องค์นึงท่านก็รักษาข้อวัตรอย่างดี รักษากุฎิวิหารศ
าลาอะไรรักษาถนนหนทางสะอาดนี่ท่านป่วยจนลุกไม่ขึ้นนะ ป่วยจนลุกไม่ขึ้นเนี่ย ท่านนอนอยู่กระดิกตัวก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว ใกล้จะมรณภาพแล้ว พอถึงเวลากวาดวัดเนี่ย ท่านลุกขึ้นมาไม่ได้
ท่านกำหนดจิตของท่าน ท่านลูบข้างๆที่นอนของท่าน ท่านเคลื่อนไปได้แค่นี้แล้วนะ
ท่านกำหนดจิตว่าเนี่ยท่านกำลังทำข้อวัตรอยู่กำลังทำความสะอาด สุดกำลังที่จะทำแล้วนะ ได้แค่นี้แล้วยังรักษาข้อวัตรไว้เลยนี่วิริยะสูงนะเนี่ยหลวงพ่อพุธเคยเล่าให้ฟัง
โอ้โหบอกใจเด็ดอย่างมีสมัยพุทธกาลก็มีนะ เป็นตัวอย่าง
ท่านเดินจงกรมเดินจนเท้าแตกเดินไม่ได้ท่านคลานคลานจนหัวเข่าแตกไม่ทิ้งข้อวัตรนะ หัวเข่าแตกคลานไม่ได้
ท่านต้องลงไปนอนไปท่านก็นอนพลิกซ้ายพลิกขวาไปเรื่อยนะ ถือว่ากำลังเดินจงกรมอยู่เห็นมั่ยท่านไม่ยอมท้อถอยเลยนะ
มีวิริยะมากถ้าเป็นพวกเรา เดินจนเท้าแตก เราก็ไม่เอา
แล้วเนอะเท้าแตกไม่ได้เท้าของเราเจ็บนี่ให้ไปคลานหัวเข่าแตก ยิ่งไม่เอาใหญ่เดี๋ยวหัวเข่าด้านไม่สวย ไปโน่นซะอีก เนี่ย
ความเพียรนะ ถ้าเราตั้งใจทำ
แล้วเราทำสม่ำเสมอกำลังของความเพียรจะมากขึ้นๆ ถ้าเราท้อแท้หดหู่เมื่อไหร่
กำลังจะตกสติก็เหมือนกันต้องซ้อมทุกวันที่หลวงพ่อบอกให้ทำในรูปแบบนะ ไม่ใช่แค่
ได้ศรัทธาได้วิริยะนะ จะได้สติด้วย หายใจ
เข้า”พุท” หายใจออก”โธ” อะไรก็ทำไปนะ
ถ้าจิตไหลไปแล้วรู้รู้ทันจิตใจของเราไปเรื่อยเกิดสุขก็รู้ เกิดทุกข์ก็รู้ เกิดกุศลก็รู้
เกิดอกุศลก็รู้ ร่างกายหายใจออกก็รู้
ร่างกายหายใจเข้าก็รู้ ร่างกายเดินไปก็รู้
ร่างกายหยุดนิ่งก็รู้ ดูอยู่ในกาย ดูอยู่ในใจ
ระลึกรู้กาย ระลึกรู้ใจให้มาก สติของเราก็จะแก่กล้าขึ้น
ถ้าเราไม่ทำในรูปแบบเลย เดินไปรู้สึกบ้างเผลอไปบ้างนะ เผลอนานกว่ารู้สึกอีก
กำลังของสติก็พัฒนายาก งั้นการทำในรูปแบบเนี่ย ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะเป็นเรื่องใหญ่
ถ้าเราทำได้นะศรัทธาของเราก็จะเพิ่มขึ้นวิริยะก็จะเพิ่มขึ้น สติก็จะเพิ่มขึ้นหรือเราเดินจงกรมนั่งสมาธิ แล้วจิตเราเคลื่
อนเราเห็นสมาธิของเราจะเพิ่มขึ้นจิตใจจะกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวแล้วการปฏิบัติในรูปแบบ ถ้าวันไหนกำลังของเราพอ จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวนะ
เราก็ดูธาตุดูขันธ์เลย แยกกายส่วนกาย จิต
ส่วนจิตความสุขความทุกข์ก็แยกออกไปกุศลอกุศลก็แยกออกไป จิตเป็นคนดู
สุดท้ายมันก็เกิดปัญญานะ
เห็นเลยร่างกายที่หายใจออกนะ
ร่างกายที่หายใจเข้า ร่างกายที่ยืนเดินนั่งนอน มีแต่ทุกข์ทั้งนั้นเลย นั่งอยู่ก็ทุกข์
ยืนอยู่ก็ทุกข์ เดินอยู่ก็ทุกข์ นอนอยู่ก็ทุกข์
มันปวดมันเมื่อยตลอดเวลา ส่วนจิตใจก็เต็ม
ไปด้วยความไม่เที่ยงนะ ความสุขก็ไม่เที่ยง
ความทุกข์ก็ไม่เที่ยง กุศลก็ไม่เที่ยง อกุศลก็
ไม่เที่ยง จิตใจบังคับไม่ได้ จะสุขหรือ
จะทุกข์ จะดีหรือจะชั่ว สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้ เนี่ยคือการเจริญปัญญา
ถ้าพวกเราทำในรูปแบบนะ
เราค่อยๆพัฒนาไปเรื่อย กำลังของศรัทธาเราก็จะแก่กล้าขึ้น กำลังของวิริยะ สติ
สมาธิ ปัญญา ก็จะแก่กล้าขึ้น
ถ้ากำลังของเราแก่กล้าพอเนี่ย มันจะล้างกิเลส มันจะมีพลังไปล้างกิเลสได้
ถ้าเรา มัวแต่ท้อแท้ หดหู่ ท้อถอยนะป้อๆแป้ๆไปวันหนึ่งๆ เราสู้กิเลสไม่ไหวหรอก
**หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม**
-
พระท่านว่า ''สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา เวระมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิ'' แปลว่า ข้าพเจ้าของดเว้นจากการดื่มสุราเมร...
-
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นโทษไม่รู้จบ การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องตกอยู่ในวงจรนี้อย่ า...
-
ความเป็นมาของพระคาถาธารณปริตร เมื่อครั้งออกพรรษาปี 2526 พระป่ารูปหนึ่งได้มีโอกาสออกวิเวก เจริญรุกขมมูล ธุดงค์๋ทางภาค...
-
๑. อันธพาลปุถุชน - ผู้ที่ทำ พูด คิด ตามสัญชาตญาณอย่างสัตว์ ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง - การกระทำการต่าง ๆ ไปตามอำนาจของ โลภ โกรธ หลง ๒. พาลปุถุ...