21.5.14

32 ข้อประเมินตนเองว่า“ตื่นรู้” มากแค่ไหน



32ข้อที่จะประเมินตนเองว่า“ตื่นรู้”มากแค่ไหนหลายคนถามว่าฝึกสติไปแล้ววัดผลยังไงขออธิบาย ง่ายๆเป็นข้อๆ เป็น checklist ง่ายๆนะ นี่แหละ Key Behavior Indicator
๑) มีแนวโน้มที่จะ สดใสขึ้น ใจว่างๆ โล่งๆ (ใจดี หรือ ดีใจ ไม่เหมือน ใจโล่งๆ นะ)
ไม่อมทุกข์ ไม่หน้าบึ้ง

๒) มีแนวโน้มที่จะ ยิ้มง่ายขึ้น ยิ้มให้คนอื่นก่อนไม่ต้องรอให้คนอื่นยิ้มให้ก่อน

๓)มีแนวโน้มที่จะไหว้คนอื่นได้ก่อนไม่มีข้อแม้ว่าใครต้องไหว้ใครก่อน

๔)มีแนวโน้มที่จะถ่อมตนไม่เจ้ายศไม่เจ้าอย่าง ง่ายๆ ติดดิน

๕)มีแนวโน้มที่จะรับผิดชอบงานมากขึ้นไม่อ้าง ไม่หนี อดทน ยอม

๖)มีแนวโน้มที่จะมีเมตตามากขึ้นใช้เมตตาธรรมนำหน้าเหตุผล

๗) เมื่อได้ยินเรื่องราวใดๆ ก็มีแนวโน้ม ที่จะดู สังเกต มากกว่าที่จะ ด่วนวิจารณ์
ด่วนออกอาการ ด่วนออกอารมณ์ แม้นจะโดนด่า โดนเข้าใจผิด ก็ยัง อดทนควบคุมตนเองได้ ง่ายๆ ปล่อยๆ ไม่เอาเรื่อง
ไม่เอาก็ได้

๘)มีแนวโน้มที่จะเปิดโอกาสผู้อื่นพูดมากขึ้นฟังมากขึ้น ไม่ด่วน “สวนกลับ” ไม่ด่วน “หักคอ” ไม่ด่วนสรุป ไม่ด่วนฟันธง
ไม่แทรกแซงขณะคนอื่นกำลังพูดอัตราการเต้นของหัวใจปกติ ไม่ตูมตามเมื่อโดนคนอื่นด่า

๙) มีแนวโน้มที่จะ ยอมรับ เปิดใจยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างได้ รับฟังอีกมุมมองได้

๑๐) มีแนวโน้มที่จะ ขยันๆ และ ”กล้า”ลงมือทำ ในเรื่องที่ดี เป็นกุศลต่างๆทันทีโดยไม่มีข้อแม้น ไม่เอาเรื่องในอดีตมาทำ
ให้สะดุดในการที่จะทำไม่เอาเรื่องในอนาคตมาหยุดตนเอง ทำตามเป้าหมายได้ไม่วอกแวก รู้จัก focus

๑๑) มีแนวโน้มที่จะ หันไป กตัญญู พ่อแม่ไปหา ไปดูแล ไปคุย กับผู้มีพระคุณมากขึ้น
ครูเก่า เจ้านายที่เคยช่วยสอน ผู้มีอุปการะคุณฯลฯ

๑๒) มีแนวโน้มที่ สัตว์เลี้ยงต่างๆ จะเดินเข้ามาหาเพราะคนที่ใจสงบ ตื่นรู้ บรรดาสัตว์ในธรรมชาติ เขาจะ รับรู้

๑๓) มีแนวโน้มที่จะ ไม่เมาบุญ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร

๑๔ )มีแนวโน้มที่จะ ”ให้” บริจาค จิตอาสาทำเพื่อส่วนรวม มากขึ้น

๑๕)มีแนวโน้มที่จะรู้สึกว่าตนเองเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ รู้สึกว่าผู้คนกับตัวเองเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่รู้จะทำลายกันไปทำไม

๑๖) มีแนวโน้มที่จะคบ บัณฑิต หลวงปู่หลวงพ่อ ที่ดีๆ มากขึ้น ไปหา ไปฟังธรรมจากท่าน ตามโอกาส

๑๗)มีแนวโน้มที่จะห่างไกลคนพาลอบายมุข

๑๘)มีแนวโน้มที่จะรักษาศีล๕มากๆไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ขโมย ไม่ผิดกาม ไม่โกหกหลอกลวง ไม่ทานของมึนเมา

๑๙) มีแนวโน้มที่จะ ชื่นชม (Appreciation)
ผู้คน ยินดีที่คนอื่นได้ดี หรือ มี มุทิตา นั่นเอง

๒๐)มีแนวโน้มที่จะไม่นินทาใครไม่ทำให้ใครแตกแยกชวนให้คนสามัคคีกัน

๒๑) มีแนวโน้มที่จะ ไม่กังวล หลับสบาย
หลับง่าย

๒๒) มีแนวโน้มที่จะ ไม่ฝันร้าย เช่น ในฝันไม่รู้สึกวิ่งยากลำบาก ก้าวขาไม่ออกอีกต่อไปไม่ฟันว่าฟันหักไม่ฝันว่ากลับไปเป็นเด็กแล้วเครียดก่อนสอบ อีก

๒๓) มีแนวโน้มที่จะฝันดี เช่น เจอพระเจอคนดีๆ ตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น มีความสุข

๒๔) มีแนวโน้มที่จะ นึกอะไร อยากได้อะไรที่ดีๆ เป็นกุศล ไม่นานก็จะได้หรือมีคนเอามาให้

๒๕) มีแนวโน้มที่จะยอมคน เช่น ยอมให้แซงคิว ยอมให้เอาเปรียบ ยอมให้ต่อว่า
ฯลฯ

๒๖)มีแนวโน้มที่จะ ไม่ด่วน ”ประเมิน” ตัดสินตัดเกรด แบ่งแยก พิพากษา (judgement)
ผู้คน ห้อยแขวน (suspend) เอาไว้ก่อนดูมากขึ้นเผื่อคาดไม่ถึงบ้าง

๒๗)มีแนวโน้มที่จะรักผู้คนแบบไม่มเงื่อนไข (Unconditional love) ไม่หวังผลให้ก็คือให้ ไม่มีข้อแม้น ไม่อิจฉา ไม่ริษยา

๒๘)มีแนวโน้มที่จะรู้จักสติที่ฐานกาย ใช้ “กายรู้กาย” ได้มากขึ้น นานขึ้น ต่อเนื่องมากขึ้น รู้ๆทุกก้าว ทุกอิริยาบท

๒๙)มีแนวโน้มที่จะ ”จับ” ความรู้สึก ที่ “ใจ”ของตนเองได้ รู้ว่าใจกุศล อกุศล

๓๐)มีแนวโน้มที่จะ “แยกแยะ” จิตกับความคิดได้รู้จักความคิดจร
( ความคิดนอกแผน ความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจคิดความคิดที่ชวนไปเละเทะฟุ้งซ่านออกนอกทาง ฯลฯ) เป็น นีโอ ที่
สามารถจับกระสุนความคิด ที่ กิเลสยิงใส่มาได้

๓๑) มีแนวโน้มที่จะ กลับไปอ่าน
หนังสือธรรมะ แล้ว เข้าที่ “ใจ”มากขึ้น ร้อง “อ๋อ” มากขึ้น

๓๒) ไม่กลัวตาย สิ้นข้อสงสัย และ ไม่งมงายในศีลภายนอก

~ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ~
เผยแพร่เมื่อวันที่20 มิถุนายน 2012
ที่มา : อักษรมีคม
posted from Bloggeroid

คนมีธรรม