14.9.14

อารมณ์




ขันตี ปรมัง ตโป ตีติกขา ขันติ คือ ความอดกั้นเป็นธรรมเครื่อเผากิเลสอย่างยิ่ง การเดินจงกรมนั่งสมาธิบางคราวต้องประสบกับความเจ็บปวดเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ทางกาย ความง่วง บางทีก้คล้ายกับว่าจะมีโรคภัยเบียดเบียน หากไม่มีใจอดทนแล้วอาจแพ้กิเลสได้ แม้แต่ทางใจความคิดต่างๆก็ไหลไปเรื่อยไม้หยุดหย่อน บางทีก็ไหลไปทางกามราคะ บางทีก็ไหลไปทางโทสะ โดยเฉพาะบาปที่เคยทำ กรรมที่เคยก่อในอดีตต่อบิดามารดาพี่น้องหมู่ญาติ คนที่เรารุ้จัก แม้กับเหล่าสัตว์เลี้ยงต่างๆ หรือสัตว์ที่เราเคยล่วงเกินชอบมาตอกย้ำบ่อยๆ จนบางทีคิดว่าเราคงจะหมดบุญวาสนา คงจะบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ได้ หากขาดความอดทนแล้วไซร้ คงแพ้แน่นอน ความคิดต่างๆเหล่านี้เป็นอุบายของกิเลสทั้งสิ้น ครูอาจารย์สอนบ่อยๆว่า ถ้าเกิดความคิดไม่ชอบใจไม่พอใจในอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้ ...เป็นโทสะ ถ้าเกิดความคิดชอบใจพอใจในอารมณ์ต่างๆเช่นคิดถึงคนรัก สิ่งของอันเป็นที่รักที่น่าปราถนา หรือพอใจในการนั่งสมาธิ ที่เกิดความเบาสะบาย... เป็น โลภะ หากลืมคำบริกรรมตามอารมณ์ที่มากระทบ เช่น เกิดความรักก้ปล่อยไปไม่ใส่คำบริกรรมเพื่อดับ...เป็นโมหะ... เกิดอารมณ์ไม่พอใจ ก็ปล่อยให้ไหลไปไม่ใส่คำบริกรรมเพื่อดับ... เป็นโมหะเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง 
..มัชชิมาปฏิปทา ทางสายกลาง คือ เวลาเกิดอารมณ์ที่กล่าวมาต้องพยายามทำใจให้เป็นกลางๆ ไม่ให้ตกไปในฝ่าย โลภะ โทสะ ใส่คำบริกรรมตามรุ้ ตามดูอารมณ์ที่เกิดและวางเฉย ระวังใจไม่ให้เกิดชอบ(รัก) ระวังใจไม่ให้เกิดชัง(ไม่ชอบ) พยายามทำใจให้เฉยๆ รุ้แล้วก็วางเฉยๆ ปฏิบัติธรรมเพื่อกำหนดให้รุ้ ไม่ใช่ปฏิบัติธรรมเพื่อเอา ..(อารมณ์เหล่านี้)

คนมีธรรม