27.6.17

เจ้ากรรมนายเวรทำอะไรเราได้บ้าง (5)



เจ้ากรรมนายเวรทำอะไรเราได้บ้าง (5)

เจ้ากรรมนายเวรทำให้ ขาดสติยั้งคิด โง่เขลาไม่ทันคนทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่เรื่อยไป

หลายคนประสบเคราะห์กรรมในเรื่องราวต่าง ๆเพียงสาเหตุเพราะ “ขาดความยั้งคิด” ทำให้ตัดสิน
เจ้ากรรมนายเวรทำอะไรเราได้บ้าง (5)ใจผิด จนต้องลงเอยให้กระทำในสิ่งที่โง่เขลาจนเป็นเหตุให้ชีวิตเดินผิดทิศทางจนชีวิตประสบความล้มเหลวมีปรากฏให้เห็นมากมายเช่นเดียวกัน

หากเป็นการกระทำของกรรมใหม่ ได้แก่  ชอบที่จะคบคนพาลเป็นมิตร หมายถึงคบได้ทั้ง คนที่โง่เขลาโดยหวังที่จะเอาเปรียบ และคบคนที่มีจิตใจชั่วร้ายอยู่ในตัวเพื่อหวังจะใช้ความชั่วเจ้าเล่ห์นั้นเพื่อนำไปสู่การได้ทรัพย์สินต่าง ๆมาโดยมิชอบ ฉลาดแกมโกงในการดำรงชีวิต เอาความรู้ความฉลาดไปใช้ในทางผิดไม่ได้ใช้ความรู้ความฉลาดแยกแยะผิดชอบชั่วดี อีกทั้งยังชอบที่ชี้นำให้ผู้อื่นได้ขาดสติอยู่เป็นประจำเช่น ชอบพากันไปดื่มสุรา เล่นการพนัน เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เมื่อผลกรรมในปัจจุบันได้ส่งผลถึงตัวคือ กลายเป็นคนที่สติไม่ค่อยสมบูรณ์ขาดความยับยั้งชั่งใจในการตัดสินใจจะแก้ปัญหาและในที่สุดก็มักจะทำให้เกิดการติดสินใจที่ผิดพลาดจนเกิดความเสียหายต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินหรือหน้าที่การงาน

หากเป็นด้วยผลของกรรมเก่าก็เป็นผู้ที่มักจะลบหลู่ พระธรรมคำสอนและชี้นำผู้อื่นไปในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้กระทั่งถึงขั้นขัดขวางไม่ให้คนอื่นได้เจริญในธรรมนั้นได้เป็นการปิดกั้นการเกิดปัญญา

ด้วยผลแห่งเศษกรรมนั้น ก็จะทำให้เกิดมากลายเป็นคนโง่เขลา ปัญญาทึบ กลายเป็นบุคคลที่มีความคิดอ่านตื้นเขิน พัฒนาการด้านสมองค่อนข้างเชื่องช้า มีพฤติกรรมไม่เหมือนคนปกติ มักสับสนในตนเอง เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้ยากแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องง่ายๆ ชีวิตจึงหมดโอกาสเจริญก้าวหน้าทางด้านการศึกษา กล่าวได้ว่าเป็นกลายเป็นบุคคลที่ตกอยู่ในสภาพเป็นรองผู้อื่นทางด้านความคิดไปตลอดชีวิต

การปิดกั้นทางเจริญผู้อื่นโดยทั้งการกระทำและความคิดย่อมส่งผลให้เจ้ากรรมนายเวรมาฉุดรั้งถ่วงความเจริญทำให้สมองไม่ก้าวหน้าคิดอะไรไม่เป็นหรือคิดไม่ออก ชีวิตต้องย่ำเท้าอยู่กับที่เรื่อยไป หากจะว่ากันด้วยข้อศีลแล้ว ก็มักเป็นผู้ที่ได้กระทำผิดศีล ข้อ5 อยู่เป็นนิตย์อีกทั้งยังชอบให้ผู้อื่นมีความเห็นผิดตามผลกรรมจึงได้สนองคืนในรูปแบบนี้



แต่อย่างไรก็ตามเราไม่อาจโทษเพียงแต่เจ้ากรรมนายเวรได้ !!

จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เจ้ากรรมนายเวรนั้นมีส่วนทำให้ชีวิตของเราพบพานอุปสรรคและความทุกข์ทั้งหลายรูปแบบ แต่ทว่าเราไม่อาจ “โทษกรรมเก่าหรือเจ้ากรรมนายเวรได้เพียงอย่างเดียว” เพราะส่วนหนึ่งของปัญหาชีวิตทั้งหลายที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นเพราะกรรมใหม่ที่ได้ทำในปัจจุบันด้วย

พระพุทธองค์เคยตรัสสอนเรื่องของกรรมเก่าเอาไว้ว่า



“ลัทธิกรรมเก่าหรือปุพเพกตเหตุวาท นั้นเป็นลัทธิความเชื่อที่อยู่ภายนอกพระพุทธศาสนาไม่ใช่คำสั่งสอนของพระองค์ และสิ่งใดหรืออะไรก็ตามที่อยู่ภายนอกพระพุทธศาสนาไม่ใช่หนทางที่จะช่วยให้มนุษย์เราหลุดออกไปจากความทุกข์ทั้งหลายได้เลย”

การที่คนเรามีความเชื่อในเรื่องกรรมเก่าหรือยึดติดกับเจ้ากรรมนายเวรมากเกินไป เชื่ออย่างสนิทใจจนไร้เหตุผลว่าสิ่งใดก็ตามที่ได้ประสบมาในชีวิตไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือความทุกข์ ล้วนเป็นกรรมที่ส่งผลที่ได้ทำไว้แต่ชาติปางก่อนซึ่งก็เป็นความจริงตามหลักกฎแห่งกรรม

แต่น่าเสียดายที่คนเหล่านี้มักจะยอมจำนนต่อกรรมเก่าหรือโทษเจ้ากรรมนายเวรว่าบันดาลให้เกิด จนไม่ได้คิดแก้ปัญหาชีวิตของตนเลยเปรียบเสมือนปล่อยให้ชีวิตลอยไปตามยถากรรมอย่างน่าสงสาร

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ทุกคนอยู่กับความเป็นจริงอยู่กับการกระทำหรือกรรมในปัจจุบันไม่ต้องไปพะวงหรือยึดติดกับกรรมเก่าที่เคยได้ทำมา หรือแม้แต่การที่ชีวิตพบอุปสรรคเพราะต้องรับกรรมจากเจ้ากรรมนายเวร ก็ขอให้เพียงรู้ไว้เท่านั้นเป็นแนวทาง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกระทำซ้ำแบบเดิม ชีวิตจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ต่อไปอีกและสามารถแสวงหาความสุขที่แท้จริงกับเวลาปัจจุบัน

ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัดจากเรื่องราวของ พระองคุลีมาลที่โด่งดังในสมัยพุทธกาล

องคุลีมาลเป็นพระอริยบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งก่อนหน้าที่จะบวชและภายหลังจากที่ได้บวชแล้ว โดยก่อนหน้านั้นเป็นมหาโจรที่เป็นเพชฌฆาตคอยตัดนิ้วมือผู้อื่นด้วยความเห็นผิดหลงเชื่อตามคำสอนอาจารย์ พระพุทธองค์เสด็จไปโปรด สั่งสอนเรื่องกรรมว่า สัตว์ทั้งหลายในโลกต่างก็รักชีวิตไม่ปรารถนาการเบียดเบียน การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตยังผลให้ชีวิตอายุสั้นและตกนรกอเวจี

เมื่อองคุลีมาลได้รับฟังธรรมในข้อนี้ก็ยังผลให้องคุลีมาลได้ดวงตาเห็นธรรมไม่ยินดีกับการฆ่าคนต่อไปอีกจึงได้ทิ้งอาวุธทั้งหมดและพวงมาลัยนิ้วมือขอเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา

ภายหลังการบวชพระองคุลีมาลก็ต้องรับกรรมที่ตนได้ก่อขึ้นเมื่อครั้งยังเป็นมหาโจร เมื่อไปบิณฑบาตก็ถูกชาวบ้านขับไล่ โดนรุมทำร้ายทั้งขว้างปาสิ่งของ ,ดึงจีวรให้ฉีกขาด,บาตรแตกเสียหายและไม่ได้อาหารจากการบิณฑบาตเลยแม้แต่ข้าวเพียงสักเมล็ดเดียว แต่ท่านก็ยอมรับกรรมในสิ่งที่ก่อขึ้นโดยการนิ่งเฉยเสีย

พระองคุลีมาลก็ไม่ได้เพียงแต่ก้มหน้ายอมรับผลกรรมที่ได้ทำลงไปแต่เพียงอย่างเดียวแต่ยังพยายามเพียรสร้างบุญบารมีควบคู่กันไปด้วย ครั้งหนึ่งเมื่อท่านได้ไปบิณฑบาตได้พบหญิงท้องแก่คนหนึ่งเห็นพระองคุลีมาลมาบิณฑบาตเข้า นางก็ตกใจกลัววิ่งหนีไม่คิดชีวิตจนล้มลงที่หน้ารั้วบ้าน โชคดีที่ไม่เป็นอันตรายต่อครรภ์ของเธอ

พระองคุลีมาลตั้งใจจะสร้างกุศลได้กล่าวขออภัยต่อหญิงผู้นั้นที่ทำให้ต้องตกใจ ในขณะเดียวกัน หญิงผู้นั้นก็เกิดอาการเจ็บท้องคลอดลูกขึ้นมา ณ ที่แห่งนั้นเอง พระองคุลีมาล จึงได้ตั้งสัตยาธิษฐานปรารถนาว่า ตั้งแต่บวชมาไม่เคยคิดร้ายที่จะทำลายชีวิตผู้ใดด้วยสัจจะวาจานี้ขอให้เกิดความสวัสดีจงมีแก่หญิงผู้นั้นและบุตรในครรภ์

แล้วท่านก็สวดร่ายมนต์อำนวยพรให้หญิงผู้นั้นได้คลอดลูกอย่างปลอดภัย จนคำสวดนั้นกลายเป็นตำนานปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน (บทองคุลีมาลปริตร ที่พระภิกษุพึงใช้สวดเพื่อปัดเป่าเหตุร้ายและสวดเพื่อให้คลอดบุตรได้ง่าย )

แม้จะได้ทำความดีแล้วแต่พระองคุลีมาลก็ยังมีความฝังใจในกรรมเก่าและเจ้ากรรมนายเวรของตนตามมาหลอกหลอนในระหว่างการบำเพ็ญเพียรตลอดเวลา ภาพในอดีตเมื่อครั้งเป็นโจรยังไม่อาจลบเลือนไปจากใจได้

พระพุทธองค์จึงได้โปรดเทศนาสั่งสอนเรื่อง กรรมเก่าและกรรมปัจจุบันว่า อย่าได้มัวครุ่นคิดถึงในสิ่งที่ล่วงมาแล้วและไม่ต้องพะวงกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เพราะสิ่งใดที่ล่วงมาแล้วก็ถือว่าสิ่งนั้นมีอันต้องดับไปแล้วไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้

ส่วนในเรื่องของอนาคตนั้นก็ยังไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นขอให้มุ่งพิจารณา “สภาวธรรมในปัจจุบัน” เพียงอย่างเดียวก็พอเปรียบดัง บุคคลใดก็ตามที่ได้ละบาปกรรมที่ทำแล้วด้วยจิตใจที่เป็นกุศล บุคคลนั้นย่อมทำให้โลกนี้สว่างเหมือนดวงจันทร์ที่พ้นจากเมฆแล้วฉันนั้น

เมื่อได้รับคำสั่งสอนจากพระพุทธองค์พระองคุลีมาลก็ได้เพียรปฏิบัติตาม ท่านก็ได้บรรลุความเป็นพระอรหันต์ได้ในที่สุด ชีวิตของท่านพ้นได้จากกรรมและทุกข์โศกอีกต่อไปในภพชาติสุดท้ายนั้นเอง

จากตัวอย่างของพระองคุลีมาล สอดคล้องกับคำสอนของการแก้ไขกรรมที่เหล่าบูรพาจารย์ในยุคปัจจุบันท่านได้ให้คำแนะนำเอาไว้ว่า การที่ชีวิตของคนเราจะดีมีความสุขได้เพราะการหมดหนี้หมดกรรมและได้พึงสร้างบุญบารมีใหม่อยู่เป็นนิตย์  การที่จะหมดเวรหมดกรรมได้ต้องพึงปฏิบัติในสองทางได้แก่



 ทางที่หนึ่ง “มีความสำนึกผิดในสิ่งที่เคยทำมา”

กรณีนี้ก็เป็นแบบเดียวกับที่พระองคุลีมาลได้แสดงให้เราได้เห็นคือ ท่านนิ่งเฉยยอมรับการกระทำแต่เพียงโดยดี หากเป็นคนปกติธรรมดาเมื่อเกิดเหตุวิบากกรรมเกิดความทุกข์แก่ตัวเราก็ให้ทำความเข้าใจและตั้งสติยอมรับกรรมที่เกิดขึ้นและถือว่าเรากำลังได้ชดใช้ในกรรมเก่าอยู่เพื่อที่ว่ากรรมจะได้หมดและอโหสิกรรมได้ง่าย ไม่เป็นเดือดเป็นแค้นต้องไปโทษใครอีก



ทางที่สอง คือ “การสร้างบุญใหม่ไปเพื่อขออโหสิกรรมเก่าเพื่อให้ผลของกรรมเก่านั้นได้คลายลง”

การสร้างบุญให้ใหญ่พอและมากพอจะทำให้กรรมส่งผลถึงในชาติปัจจุบันไม่ได้และถึงแม้กรรมนั้นจะได้มีการอโหสิกรรมแล้วก็อาจจะได้รับเศษเวรเศษกรรมเหล่านั้นแทนไม่ต้องรับโทษหนักตามกรรมที่ได้ก่อแต่เป็นการบรรเทากรรมให้เบาบางลงได้

ตัวอย่างที่ยกมาเรื่องพระองคุลีมาล เห็นได้ชัดที่ท่านยอมรับผลกรรมและเพียรเจริญภาวนาปฏิบัติธรรมอันเป็นบุญอย่างสูงสุด ทำให้ได้รับเพียงเศษกรรมที่เหลือจากการฆ่าคน แทนที่จะต้องได้รับการชดใช้ด้วยชีวิตก็เหลือเพียงการถูกขว้างปาด้วยสิ่งของเท่านั้น อีกทั้งกรรมหนักในอดีตชาติก็ไม่ได้ทำ ท่านจึงได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

หากเป็นในบุคคลธรรมดาอย่างเรา ๆทางแก้ให้พ้นจากเจ้ากรรมนายเวรก็คือ “การไม่ยอมจำนน” ต่อกรรมเก่าที่ไม่ว่าเจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้นจะมาขวางทางอย่างไรก็ไม่ยอมแพ้ เร่งสร้างกรรมดีใหม่ให้มากที่สุดในภพชาตินี้รวมทั้งระวังไม่ก่อกรรมที่เป็นทางชั่วขึ้นมาอีก เพื่อให้ผลกรรมส่งผลให้ชีวิตในชาตินี้ดีขึ้น

เช่น แม้จะเกิดมายากจนเข็ญใจแค่ไหนแต่ไม่ได้เอาปมด้อยเรื่องของการเกิดมาจนมาเป็นที่ตั้งว่าเมื่อจนแล้วต้องจนไปตลอด กลับมาขยันทำมาหากินอย่างสุจริต มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ฯลฯ ผลของกรรมดีที่ได้ทำก็จะส่งผลให้มีเงินทองและร่ำรวยมากขึ้น มีคนรักใคร่นับหน้าถือตา มีเกียรติในสังคมเมื่อไปอยู่ที่ใดก็ไม่ลำบาก

ทางที่ถูกต้องและจะส่งผลได้รวดเร็วที่สุดก็คือ “การกระทำทั้งสองทางไปพร้อม ๆกัน” คือทั้ง “ซ่อม”กรรมไม่ดีที่ผ่านมาและ “สร้าง” กรรมใหม่ที่ดีเพื่อให้มาเกื้อหนุนชีวิต

แต่ในชีวิตของหลาย ๆคนที่มีความสุขสบายอยู่แล้วมีทั้งทรัพย์สิน มีทั้งเพื่อน มีครอบครัวที่ดีมีความอบอุ่นก็อย่าได้ประมาท เพราะถึงอย่างไรกรรมนั้นสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลา เมื่อใดที่บุญเก่าหรือคุณงามความดีเดิมได้หมดลงและไม่ได้ขวนขวายสร้างบุญเพิ่ม เจ้ากรรมนายเวรหรือกรรมเก่าก็จะตามหาเราจนเจอและออกอาละวาดทำให้เราไม่มีความสุข

เราสามารถเห็นตัวอย่างเรื่องนี้ได้จากคนที่มีทั้งลาภยศสรรเสริญและสุขมาก ๆ แล้วจู่ ๆชีวิตก็พลิกผันในชั่วข้ามคืนพบกับความหายนะครั้งใหญ่ในชีวิตก็มีปรากฏให้เห็นมาแล้ว

ในส่วนต่อไปผู้เขียนจะนำคุณผู้อ่านไปสู่ภาคการสร้างกรรมที่จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรได้เกิดความพอใจและเลิกอาฆาตโดยเร็วเพื่อให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ ได้รับความสุขตามผลบุญกุศลที่ได้สั่งสมไว้ในแต่ละบุคคล สำหรับผู้ที่ยังไม่มีความเชื่อพอในเรื่องของบุญและกรรมนั้น ก็ขอให้นึกเสียว่านี่เป็นความรู้ใหม่แขนงหนึ่งและไม่เสียหลายที่จะรู้เอาไว้ เรื่องของการสร้างบุญนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อคนที่มีความเชื่อในเรื่องของกรรมดี ว่าการสร้างกรรมดีนั้นจะทำให้ชีวิตทุกคนมีความสุขความเจริญได้อย่างแน่นอนและ บุญนั้นจะเป็นที่พึ่งให้คุณได้อย่างแท้จริง

Cr....ธ. ธรรมรักษ์

คนมีธรรม