17.2.11

สัมมาทิฎฐิสูงสุดนั้นเป็นอย่างไร?



เป็นความรู้จักสิ่งทั้งปวงว่า เป็นสิ่งปรุงแต่ง
มีมาจากเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่งและจะปรุงแต่งสิ่งอื่นต่อไป
ไม่มีที่สิ้นสุดนั้นคือ กระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง
หรือความไม่เที่ยง ซึ่งเรียกว่า อนิจจัง

เพราะต้องเป็นไปกับด้วยสิ่งที่อนิจจัง หรือ เปลี่ยนเรื่อย
ก็เกิดอาการที่เป็นทุกข์ทนยาก หรือ ที่เรียกว่า ทุกขัง

เพราะไม่มีอะไรต้านทาน ได้ต่อสิ่งที่ไม่เที่ยงและเป็นทุกข์
จึงเรียกว่า ไม่มีตน หรือ ไม่ใช่ตน หรือ อนัตตา

การที่เป็นไปด้วยอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นี้ เรียกว่า ธัมมัฎฐิตตา
คือ ความที่เราต้องเป็นไปเช่นนี้ เป็นธรรมดา

ทั้งนี้เป็นเพราะมี กฏของธรรมชาติบังคับอยู่ นี้เรียกว่า ธัมมนิยามตา

อาการที่ต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัยอย่างนี้ เรียกว่า อิทัปปัจจยตา
เป็นกฏธรรมชาติ มีอำนาจเสมอ สิ่งที่เรียกกันว่า "พระเป็นเจ้า"

การที่ไม่มีอะไร ต้านทาน กฏอิทัปปัจจยตา นี้เรียกว่า สุญญตา
คือ ว่างจากตัวตน หรือ ว่างจากความหมาย แห่งตัวตน

มีความจริงสูงสุด เรียกว่า ตถตา คือ ความเป็นเช่นนั้นเอง
อย่างไม่ฟังเสียงใคร ใครจะฝืนให้เป็นไปตามใจตน มันก็กัดเองคือเป็นทุกข์

ในที่สุดก็เกิดความรู้สึก ขั้นสุดท้ายว่า อตัมมยตา
ความที่ไม่อาจอาศัย หรือ เกี่ยวข้องกับสิ่งนี้อีกต่อไป
ซึ่งเป็นความหมาย อย่างภาษาชาวบ้าน พูดว่า
"กูไม่เอากะมึงอีกต่อไปแล้ว"

สลัดออกไปเสีย ก็คือ การบรรลุมรรคผล ธัมมฐิติญาณ
รู้ความจริงของสังขาร สุดลงที่ อตัมมยตา
ต่อจากนั้น ก็เป็นกลุ่ม นิพพานญาณ
เป็นฝ่ายโลกุตตระ เริ่มต้นแห่งความเย็น หรือ ความหมายของนิพพาน
**********
ที่มา--- ตามรอย ท่านพุทธทาส

No comments:

Post a Comment

คนมีธรรม