Showing posts with label ธรรมะหลวงปู่ทวด. Show all posts
Showing posts with label ธรรมะหลวงปู่ทวด. Show all posts
23.11.19
25.9.17
13.6.14
16.8.13
24.9.12
ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว

โลกทุกวันนี้ยุ่งยาก ก็เพราะมนุษย์ที่อวดตนหรือยกตนเป็นผู้ใหญ่ยังติดเสียง มนุษย์ที่อวดตนว่าเป็นผู้ดีเรียนรู้มากยังไม่มีจรรยาในการ "พิจารณาตน"
ถ้าสัตว์โลกอยู่กันอย่างไม่ยึดตน ไม่ยึดเสียง ไม่ยึดอุปาทาน ถ้าละทิ้งได้ ไม่ยึดสิ่งใดเลย โลกนี้ย่อมสงบท่านต้องเข้าใจว่า "การให้ทุกข์เขานั้น ทุกข์นั้นถึงตัวท่านเองแน่นอน" นี่เป็นหลักความจริง
สมัยเมื่ออาตมามีสังขารอยู่ปัตตานี ในระยะเริ่มแรกสร้างวัดช้างให้ มีแขกมาลายูคนหนึ่งมาบวชอยู่ในวัดของอาตมา แขกมาลายูคนนี้ไม่รู้จักภาษาสยาม รู้แต่ภาษามาลายู ทีนี้เมื่อรู้แต่ภาษามาลายู จะสอนให้สวดมนต์ก็ดีจะสอนการอ่านก็ดี ย่อมทำไม่ได้ อาตมาจึงบอกเขาว่า ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องสวดมนต์ละ ท่องเพียงสองคำก็พอคือ "ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว"
แขกคนนั้นอยู่ในปกครองของอาตมา ตื่นเช้าขึ้นมาก็ออกบิณฑบาตตามปรกติ กลับมาก็นั่งท่องแต่คำว่า "ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว" "ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว"
มีแขกมาลายูด้วยกันเป็นพวกเลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ มาเที่ยววัด บอกว่าพระองค์นี้มันพูดอะไรของมันไม่ทราบท่องแต่"ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว" "ให้ทุกข์เขาทุกข์นั้นถึงตัว"
แขกคนนี้ไม่นับถือศาสนาพุทธ แต่รู้ภาษาไทยดี ก็บอกว่า"ไม่จริง ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นไม่ถึงตัวหรอก " จึงตั้งใจจะพิสูจน์คำว่า " ให้ทุกข์เขาทุกข์นั้นถึงตัว " จริงหรือไม่
วันหนึ่งได้ไปทำโรตีแบบที่ทางปักษ์ใต้เขาชอบกินกันสมัยนั้น คือโรตีแบบแขก แล้วก็ใส่ยาพิษลงไปด้วยนำไปใส่บาตร
พระมาลายูที่ท่อง "ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว " บังเอิญเจ้ากรรมวันนั้นพระมาลายูองค์นี้บิณฑบาตรได้อาหารมามาก แล้วก็ฉันอิ่มจึงนำโรตีสองชิ้นที่แขกนั้นใส่บาตรไปเก็บเอาไว้ ส่วนคนที่ต้องการพิสูจน์คำว่า "ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว" มีลูกอยู่สองคน พอเที่ยงก็หิ้วข้าวมาให้พ่อ ซึ่งเลี้ยงวัวอยู่ในแถบวัดนั้น กินแถวนั้นมันเป็นโคกโพธิ์ ด้านขวามีกุฏิน้อย ๆ เด็กทั้งสองเที่ยวไปถึงกุฏิของพระที่ท่อง "ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว"
พระองค์นี้เห็นว่าเด็กทั้งสองคนนี้น่ารัก บัดนี้มันเลยเพลแล้ว โรตีที่เก็บไว้ก็จะเสียเปล่า จึงนำเอาโรตี ๒ แผ่น ที่พ่อเด็กเขาใส่ยาพิษที่จะให้พระนี้ฉัน ให้เด็กสองคนนั้นกิน เด็กสองคนนั้นกินแล้วกลับไปถึงบ้านก็ป่วยทันที ครั้นใกล้จะตายพ่อถามว่า"เมื่อเจ้าเอาข้าวไปส่งให้พ่อน่ะเจ้าไปกินอะไรหรือเปล่า " ลูกทั้งสองบอกว่า ไปที่กุฏิพระองค์หนึ่งที่เป็นชาวมาลายูด้วยกันเห็นท่องแต่ "ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว" เห็นว่าแปลกไม่รู้ว่าเป็นอะไรท่องแต่คำคำนี้คำเดียว พระนั้นสงสารลูกได้ให้โรตีสองอันกิน
ในที่สุดผลแห่งการพิสูจน์ว่า "ให้ทุกข์เขา ทุกข์นั้นถึงตัว " ก็ปรากฏขึ้น เขาต้องการฆ่าพระองค์นั้น แต่กลับกลายเป็นฆ่าลูกสุดที่รักของเขาเอง
เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องกลัว เรามีความบริสุทธิ์ เรามีความเที่ยงธรรม เรามีหลักขันติสัจจะบริสุทธิ์ เมตตาคุณธรรมเหล่านี้จะรักษาเราให้ปลอดภัยทุกอย่าง
ทีนี้การเป็นคน ท่านยึดเสียงหรือไม่ ท่านยึดคำพูดดีหรือไม่ ท่านยึดคำพูดเลวหรือไม่ ถ้าท่านยึดสิ่งเหล่านี้แล้ว ท่านจะเป็นนักพรตที่ดีไม่ได้ ท่านจะเป็นนักบุญที่ดีไม่ได้ท่านจะเป็นนักปกครองคนที่ดีไม่ได้ มนุษย์เราถ้ายังติดเสียง ติดคำชมและด่า
มนุษย์นั้นยังมีใจไม่ถึงธรรม "สัจธรรมเป็นธรรมอันประเสริฐ" เป็นสิ่งที่แน่แท้ ทำไมสำนักปู่สวรรค์จึงยึดจุดนี้ ก็เพราะว่าความจริงย่อมเป็นความจริง สิ่งที่เลวก็เป็นความจริงแห่งความเลว สิ่งดีก็เป็นความจริงของความดีที่จะกล่าวต่อไปในยุคต่าง ๆ ของมันเอง โดยไม่มีอะไรแปรเปลี่ยนไปได้ มันเป็นธรรมชาติโลกียะและโลกุตระมันเดินของมันเอง
เราจะชนะความเลวด้วยความดี เราต้องมีอุเบกขา หมายถึงคิดว่าสิ่งนี้เราต้องทำ ไม่ใช่ทำเพื่อชื่อ ความมีอำนาจ เมื่อท่านทำใจได้เช่นนี้ท่านก็จะเป็นคนที่ดีได้ และจะเป็นนักเสียสละที่ดีได้ด้วย
ทีนี้การที่เราจะให้คนอื่นเหมือนเราหมดย่อมไม่ได้
มนุษย์ต่างคนต่างเกิดมาในโลกนี้มีกรรมวิบากของตนไม่เหมือนกัน เมื่อมีกรรมวิบากของตนไม่เหมือนกัน มนุษย์ผู้นั้นอยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน มีคุณธรรมไม่เท่ากัน เราจะเอาใจของเราเป็นสรณะว่าที่เราทำนี้ถูก ทุกคนจะต้องว่าถูกเหมือนเราไม่ได้
ท่านเข้าใจคำว่า "นานาจิตตัง" หรือ "นานา มโน " หรือไม่ คือแต่ละคนมีความคิดของตนเป็นหลัก เราจะทำอะไรควรต้องมีความสุขุมรอบคอบ เราต้องคิดถึงคนอื่นว่าทุกคนไม่เก่งเหมือนเราทุกคนไม่เหมือนเรา
ดังนั้นจำเป็นต้องมีอภัยทานเป็นสรณะ ถ้ามนุษย์เราไม่มีการให้อภัยเป็นหลัก เมื่อมนุษย์ผู้นั้นตายไปก็จะมีแต่กิเลสตัณหาแห่งความยึดมั่นในตน จะมีแต่ความพยาบาทอาฆาตจองเวร เมื่อจิตใจไม่บริสุทธิ์ย่อมเป็นทางนำไปสู่อบายภูมิ นี่คือหลักความจริงของโลกวิณญาณ
เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่อยากจะเทศน์อะไรมาก เพียงแต่ขอให้เข้าใจว่า จงมีขันติ สัจจะ บริสุทธิ์ เมตตา จงมั่นอยู่ในคุณธรรมทุก ๆ ประการ อย่าติดเสียงไม่ว่าเสียงดีหรือเสียงไม่ดี อันตรายใด ๆ จะทำอะไรท่านไม่ได้เลย
ธรรมะจาก หลวงปู่ทวด
ที่มา -- ijunlo.blogspot.com
12.8.12
ธรรมารมณ์
การอยู่อย่างมีธรรมารมณ์ คือ การอยู่เหนือความรู้สึกทั้งปวง อยู่อย่างรู้หน้าที่ความเป็นคน และรู้หน้าที่การงาน คือรู้ว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ไม่ใช่ทำเพื่อหวังผลตอบแทน เพราะถ้าเราทำงานเพื่อหวังผลตอบแทนต่างๆแล้ว ถ้าสิ่งต่างๆไม่สัมฤทธิ์ผลตามความหวังนั้น เราย่อมเกิดความโทมนัส เสียใจ น้อยใจ เป็นทุึกข์ได้.....
11.8.12
อยู่ให้สบาย....
ในภาวะแห่งการอยู่สบายนั้น เราต้องอยู่กันอย่างไม่ยึด อยู่กันอย่างไม่ยินดี ยินร้าย อยู่กันอย่างพยายามให้จิตวิญญานของนามธรรมนั้นเหนืออารมณ์ เหนือคำสรรเสริญ เหนือนินทา เหนือความผิดหวัง เหนือความสำเร็จ เหนือรัก เหนือชัง....
10.8.12
ยึดจึงเดือดร้อน
ทุกวันนี้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน ก็เพราะมนุษย์โน่น ยึดนี่ ยึดพวกยึดพ้อง ยึดหมู่คณะ ยึดประเทศเป็นสรณะ โดยไม่คำนึงถึง ''ธรรม'' อันเป็นสาวกของจักรวาล ในโลกมนุษย์ทุกคนมี ''กรรม'' จึงเกิดมาเป็นสัตว์โลก สัตว์โลกต้องใช้กรรมไปตามวาระ ถ้าทุกคนยึดถือเป็นอารมณ์ ก็จะเกิดการเข่นฆ่ากัน เพราะอารมณ์ แห่งการยึดถือ อายตนะ ฉะนั้น ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ว่า สิ่งใดทำแล้วสัตว์โลกมีความสุึข สิ่งนั้่ืนควรทำ นี่คือหลักความจริงของ ''ธรรมะ''
''คำสอนของหลวงปู่ทวด''
9.8.12
ชีวิตทุกข์
การเกิดมาเป็นมนุษย์ นัยหนึ่งจะว่าประเสริฐก็ประเสริฐ จะว่าไม่ประเสริฐก็ไม่ประเสริฐ เช้าตื่นขึ้นมาก็มีความทุกข์เข้าครอบงำ ต้องล้างหน้่า ล้างปาก ล้างฟัน ล้างมือ เสร็จแล้วก็ต้องกิน ต้องถ่าย นี่คือ ความทุกข์แห่งกายเนื้อ เมื่อเราจะออกจากบ้านก็ต้องพบกับความทุึกข์ในหมู่คณะ ในหน้าที่การงาน ในสัมมาอาชีวะ การเลี้ยงตนชอบ นี่คือความทุกข์ในการแสวงหาปัจจัย...
8.8.12
7.8.12
6.8.12
5.8.12
4.8.12
3.8.12
8.6.12
Subscribe to:
Comments (Atom)
-
๑. อันธพาลปุถุชน - ผู้ที่ทำ พูด คิด ตามสัญชาตญาณอย่างสัตว์ ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง - การกระทำการต่าง ๆ ไปตามอำนาจของ โลภ โกรธ หลง ๒. พาลปุถุ...
-
พระท่านว่า ''สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา เวระมณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิ'' แปลว่า ข้าพเจ้าของดเว้นจากการดื่มสุราเมร...
-
ความเป็นมาของพระคาถาธารณปริตร เมื่อครั้งออกพรรษาปี 2526 พระป่ารูปหนึ่งได้มีโอกาสออกวิเวก เจริญรุกขมมูล ธุดงค์๋ทางภาค...
-
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นโทษไม่รู้จบ การ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องตกอยู่ในวงจรนี้อย่ า...



.jpg)










