22.10.18

เจตนาการบวชของฉัน – ตอนที่ ๒


Q เจตนาการบวชของฉัน – ตอนที่ ๒ Q

แต่พอไปได้ครึ่งทางก็นึกห่วงพวกกรุงเทพฯขึ้นมา แล้วก็พวกพิจิตร ว่าเวลานี้น่ะเขาทำอะไรกันบ้าง เลยแถมาข้างบ้านเจ้ากรมเสริม เห็นในบ้านกำลังวุ่นวายไปหมด คุณอ๋อยเห็นเดินเข้าเดินออก เดินออกเดินเข้า เออ..เลยคิดว่านี่เขากำลังมีงานกันหนัก ชาวบ้านเขามีความลำบากมาก อาศัยความเป็นอยู่เองก็หนัก แล้วเขาก็ต้องมาหนักบำรุงฉันด้วย แล้วฉันก็บอกบุญเขาหาเงินมาบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นการเพิ่มความหนักอีกสองเท่า ในทุกบ้านเขาก็เหมือนกัน ไปดูบ้านคนอื่นก็เห็นว่ามีแต่ความวุ่นวาย แถทางสุพรรณฯ ไปราชบุรี ไปชัยนาท ไปพิจิตรก็เหมือนกัน ไปดูกุฏิพระสุรินทร์ เห็นมันว่างๆ อยู่ หน้ากุฏิเห็นใครมาคุยอยู่ ๒-๓ คน นึกว่า เอ..นี่เขายังคุยกัน นึกว่า เอ...นี่เขายังคุยกัน แต่เอาเถอะมันเป็นภาระที่เขาจะต้องทำแต่ละบุคคล ก็หมดกันไป

ฉันย้อนกลับไป ย้อนขึ้นไปพระจุฬามณี วันนี้เข้าไปเฝ้าพบพระพุทธกัสสป ท่านประจำอยู่ที่นั่น มีพระอรหันต์เต็มไปหมด ฉันยกมือไหว้ตั้งแต่หน้าพระจุฬามณีขึ้นไป พอเข้าไปกราบๆ ท่าน ท่านก็ท้วงว่า คุณ...เมื่อวานนี้คุณบันทึกเสียง บอกถึงความดีของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาลูกหลานทั้งหลายที่เขาทำกันว่าแต่ละคนมีวิมาน นี่คุณยังพูดไม่ครบถ้วนนะ วันพรุ่งนี้ คือวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๕ คุณต้องย้อนพูดใหม่นะ เวลาจะพูดอะไรล่ะพูดให้มันครบสิ ทำอะไรนี่ก็ทำให้มันพอดีๆ อย่าให้มันขาดตกบกพร่อง คุณไม่ต้องเกรงใคร ในเมื่อเราพูดตามความเป็นจริง ก็กราบทูลถามว่า ข้าพระพุทธเจ้าพูดบกพร่องตรงไหนพระพุทธเจ้าข้า... ท่านก็บอกว่า อีตอนที่คุณบอกว่าทุกคนเขามีวิมานน่ะ แต่คุณไม่ได้บอกนี่ว่าวิมานน่ะมันเป็นวิมานประเภทไหน คุณต้องบอกเขา วิมานบนสวรรค์มันมีอยู่หลายชนิด คือ (๑) วิมานเงิน (๒) วิมานทอง (๓) วิมานแก้ว แก้วอย่างเดียวนะ เป็นแก้วๆ แล้วก็ (๔) วิมานแก้ว ๓ ประการ (๕) วิมานแก้ว ๕ ประการ แล้วก็ (๖) วิมานแก้ว ๗ ประการ แล้วก็ (๗) วิมานแก้ว ๙ ประการ นี่บุญญาธิการของเทวดาแต่ละคนย่อมไม่เสมอกัน วิมานไม่เท่ากัน มีวิมานเหมือนกันแต่ทว่าความสดสวยของวิมานไม่เสมอกัน

แล้วคุณทำไมไม่บอกเขาล่ะว่า ทุกคนน่ะที่เป็นลูกหลานของคุณ ที่เป็นบริษัทของคุณน่ะเขามีวิมานขนาดไหน ประเภทไหน คุณต้องบอกเขาสิ บอกเขาว่าทุกคนที่เป็นบริษัทของคุณน่ะเขามีวิมานชั้นแก้ว ๗ ประการด้วยกันทุกคนแล้วเป็นอย่างต่ำ ถึงแม้ว่าใครเขาจะทำบุญมากก็ตาม ใครเขาจะทำบุญน้อยก็ตาม แต่ว่าที่ทำไปด้วยศรัทธาแท้ ไม่ใช่จำใจทำนะ คำว่า “บริษัทของคุณ” น่ะหมายความว่า “ที่เขามีความเลื่อมในในคุณจริงๆ มีความเลื่อมใสในการที่คุณนะเอาพระธรรมคำสั่งสอนมาบอกเขา แล้วก็แนะนำเขาให้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แล้วเขามีความเลื่อมใสจริงๆ” อย่างนี้เราเรียกกันว่าบริษัท แต่หากว่าประเภที่จำใจทำเขายังไม่เรียกกันว่าบริษัท ถือว่าเป็นบุคคลภายนอก แต่ว่าเขาให้มาเขาก็พอได้ ชนิดวิมานเงิน วิมานทองก็พอมีอยู่ แต่ถ้าบริษัทแท้ๆ ที่มีความมั่นใจในคุณจริงๆ เขามีวิมานแก้ว ๗ ประการหมดแล้ว เป็นวิมานอันดับ ๒ สำหรับวิมานอันดับ ๑ นั้นมันเป็นวิมานแก้ว ๙ ประการ

ทีนี้ก็มาว่ากันถึงความผ่องใสของวิมาน ความผ่องใสของวิมานย่อมแตกต่างกันด้วยอำนายของบุญบารมีคือกำลังใจ แต่ก็ควรจะบอกเขาว่าวิมานแต่ละวิมานก็มีความสวยสดความน่ารื่นรมย์ทั้งนั้น เขตวิมานแต่ละวิมานบริเวณน่ะกว้างขวางไพศาล มีที่อยู่เป็นสุขสบาย มีความเลื่อมสวยสะอาด วิจิตรตระการตา นี่ก็เรียกว่าความงามของแต่ละวิมานน่ะพรรณนากันไม่ถูก นี่ความจริงมันเป็นอย่างนั้นนะ ความจริงเป็นอย่างนั้น ฉันไปเห็นมาแล้วก็เห็นตามนั้น แต่ฉันไม่ได้บอก นี่ลูกหลานฟังไว้นะ ที่ใครคิดว่าฉันดี ใครเขาเคยคิดว่าฉันเป็นผู้วิเศษ สมมุตติเอานะว่าเขาคิดอย่างนั้น ก็ต้องจำไว้ด้วยว่าฉันเองน่ะฉันไม่ดีอะไรนะ แล้วฉันไม่มีอะไรจะวิเศษอีกด้วย ไอ้ความดีที่จะปรากฏขึ้นได้นี่เป็นความดีของครูบาอาจารย์ มีพระพุทธเจ้าเป็นพระประมุข แล้วก็มีเทวดาหรือพรหมทั้งหลายเขาคอยกระตุ้นเตือนใจอยู่นี่ละ พูดมามันชักจะผิดๆ หลายคำแล้ว ตั้งแต่เริ่มทำงานในปีนี้แหละ ปีก่อนๆ ก็ไม่ค่อยจะมี

อ้างอิง – หนังสือคำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่มที่ ๖๒ หน้า๓๐-๓๒ โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

คนมีธรรม