31.10.18

เจตนาการบวชของฉัน – ตอนที่ ๗


Q เจตนาการบวชของฉัน – ตอนที่ ๗ Q

ที่ฉันทำแบบนี้เพราะฉันใช้เสียงตะโกนเรียกลูกน้องฉันไม่ไหว บางวันมันเหนื่อยเหลือเกิน เรียกเขาขนาดเต็มๆ เสียงนี่นะ เขาไม่ได้ยินเสียงกันหรอก หันหลังให้แล้วไม่มีใครได้ยินก็เลยต้องซื้อเครื่องช่วยเสียง เมื่อซื้อมาแล้วฉันก็คิดในใจว่านี่ฉันซื้อมอบเป็นสมบัติของพระศาสนาบุญของลูกหลานจะได้เป็นบุญใหญ่ยังไงล่ะ ฉันตายแล้วจะแบกไหน ฉันแบกไปไม่ได้หรอก มอบให้เป็นของพระศาสนาไป แต่อุปกรณ์ต่างๆ นอกจากวิหารแล้วที่อยู่ ถ้าฉันตายแล้วนะพิจารณากันดู ถ้าพระรุ่นหลังเขาจะปกครองได้ก็ให้เขาปกครองไป ถ้าเห็นว่าเขาปกครองไม่ได้ให้ประมูลขายให้หมด ทุกอย่างที่เป็นอุปกรณ์ที่ฉันสร้างขึ้นมา เว้นไว้แต่ตัวอาคาร ให้ประชุมกัน จัดการประชุมให้หมด เอาเงินอันนั้นแหละมาจัดการเพื่อประโยชน์แก่สงฆ์ จะจัดการเพื่อประโยชน์แก่ศพฉันก็ได้ หรือว่าจะสร้างอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งที่มันเป็นถาวรวัตถุไว้ในพระศาสนาก็ได้ ทำอย่างนี้นะ อย่าปล่อยตามใจพระสมัยนี้

ถ้าหากว่าเขาถามว่าเอาอะไรมาเป็นเหตุเป็นผลเป็นเครื่องยืนยัน ก็เอาเสียงของฉันบ้าง หรือว่าใครเขาลอกเสียงแล้วไปพิมพ์ก็ตาม มายืนยันกับเขา ว่าฉันพูดไว้เมื่อ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๕ ว่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่นี้ เมื่อเวลาฉันตายแล้วให้ประมูลขายให้หมด ฉันแน่ใจเหลือเกินว่าพระที่จะมาอยู่ใหม่นี้ใช้ไม่ได้ ค่ากระแสไฟฟ้าก็ไม่ไหวแล้ว นี่ดีว่าลูกหลานสงเคราะห์ฉันนะ นนทา อนันตวงษ์ เขาให้ค่ากระแสไฟฟ้าประจำเดือน เงินของลูกหลาน แล้วก็ส่วนอื่นอีก อุปกรณ์ต่างๆ ซื้อเพิ่มเข้ามาทุกปีก็เอาเงินจำนวนค่ายาค่าอาหารนี่แหละมาใช้ นึกว่าพยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มันจะเหลือกินเหลือใช้สักนิดหนึ่งนะ นี่มันไม่ทันจะเหลือสิ ยังไม่ทันมีเลย ฉันแอบไปซื้ออีกแล้ว เครื่องหูสำคัญมาก ตาดีแล้วหูก็ต้องดีด้วย

แล้วอีกประการหนึ่งมันก็ช่วยฉันเบาแรง ฉันคิดว่าถ้าฉันขืนเรียกบริษัทฉันแบบนี้ซึ่งเป็นบริวาร ภายในไม่ช้าฉันก็ขาดใจตาย ไม่ไหว้จริงๆ เขาพูดกันฉันได้ยิน แต่ฉันตะโกนเรียกเขา เขาไม่ได้ยิน แปลก เลยต้องใช้เครื่องมาช่วยแทน ลูกหลานฟังแล้วโมทนานะ ทุกจังหวัดแหละ เงินของใครบ้างฉันไม่รู้ ฉันเอามาแล้วฉันก็เอารวมๆ กันไปซื้อ แล้วก็ยังเป็นหนี้เขาอยู่ ช่างเถอะไม่ต้องเดือดร้อนให้กันมา ให้ตามกำลังศรัทธา เมื่อมีศรัทธาก็ให้ ไม่มีศรัทธาก็ยับยั้ง มีแล้วยังไม่มีศรัทธาก็ไม่ต้องให้ ฉันก็รวบรวมของฉันเอง พอเมื่อไรฉันก็ให้เขาเมื่อนั้น เอาสบายๆกัน นี่เวลาก็จะหมดไป เรื่องของหลวงพ่อปานจะเข้าก็ยังไม่ได้เข้า มาเข้าสักหน่อยไหม มาเข้ากันสักนิด มาเอาเรื่องของเมื่อวานนี้

เมื่อวานนี้ได้รับหนังสือของวัดเขาชายธงวนาราม อำเภอตากฟ้า ท่านจดหมายมา ลงตั้งแต่วันที่ ๖ มาถึงฉันวันที่ ๑๙ อ่านของท่านแล้วท่านตั้งใจให้ฉันเป็นอุปัชฌาย์บวชพระพุทธเจ้า คือไปนั่งปรก ท่านจะสร้างพระประธานแล้วก็สร้างพระแบบสุโขทัย ขนาด ๕ นิ้ว กับ ๙ นิ้ว ไว้ให้ชาวบ้านบูชา ในฎีกาว่าให้สวดลักขีด้วย ให้ไปร่วมในงาน ฉันไปไม่ได้ ยังไม่ได้ตอบหนังสือเลย วันนี้จะตอบหนังสือ กว่าหนังสือจะถึงก็น่ากลัวงานจะเสร็จไปแล้ว ไปรษณีย์ของเรานี่น่ากลัวจะช้ามากเกินไป แต่วัดเขาชายธงมาถึงวัดท่าซุงนี่ระยะทางก็ราวๆ ๓๐ กม.เศษๆ เอ้า! ๔๐-๕๐ กม.เป็นอย่างมาก นี่เดินทางตั้งแต่วันที่๖ ถึงวันที่ ๑๙ นี่หมดเวลาไป ๑๓ วัน เดินไกลมาก เดินด้วยเท้ายังถึงเร็วกว่า

อ้างอิง – หนังสือคำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่มที่ ๖๒ หน้า๓๙-๔๐ โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

คนมีธรรม