26.3.12

ผู้ที่ศรัทธากรรมวิบากอย่างถูกทาง



ผู้ที่ศรัทธากรรมวิบากอย่างถูกทาง
คือผู้ที่เข้าใจว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
ทุกกรรมที่ทำมีผล
สั่งสมบุญเป็นสุข สั่งสมบาปเป็นทุกข์
ไม่มีใครเลี่ยงผลของกรรมได้พ้นด้วยการมุดน้ำดำดินหนี


อย่างไรก็ตาม
ขณะเสวยบุญเก่าในชาติใหม่ด้วยความหลงลืม
ไม่รู้ว่าเคยทำอะไรมาจึงเป็นเหตุให้ได้ดีมีสุขขนาดนั้น
ก็ย่อมประมาท พลาดไปคิดว่าตนเป็นอภิสิทธิ์ชน
อยากทำอะไรก็ได้ เหลิงลอยแค่ไหนก็ไม่เป็นไร


คนมีบุญเก่าถ้ามาทำบุญใหม่ต่อ
ชีวิตจะเป็นสุขมาก
ปัญหาคือกิเลสมักหลอกให้คนมีบุญเก่า
อยากทำบาปใหม่กันมากกว่า
ชีวิตจึงยักแย่ยักยันอยู่ระหว่างทุกข์กับสุขไม่เลิก


ดังเช่นคนที่มีดีครบสูตร หล่อสวยรวยเก่ง
ซึ่งตามหลักกรรมวิบากย่อมหมายถึงพวกมีบุญมาก
ถ้าใจของเขาและเธอเหล่านั้น
พอใจกับรูปสมบัติและคุณสมบัติที่มี
ก็ควรคาดหมายได้ว่าต้องเป็นสุขแน่นอน


แต่ที่เราเห็นจากโลกความจริงไม่ใช่เช่นนั้น
คนเรามักมีดีไว้แข่งกัน ข่มกัน ริษยากัน
คนเรามักมีดีไว้เป็นค่าตัวเพื่อเทียบคบหรือเมินใคร
คนเรามักมีดีไว้บอกตัวเองว่าใครใช่ใครไม่ใช่คู่เหมาะ


บุญเก่ามากแค่ไหนก็ทุกข์ได้
ต่อให้บุญมากพอจะพบคู่รักที่แสนจะเหมาะ แสนจะใช่
อยู่ๆกันไปก็เบื่อ อยากหาคนใหม่มาเปลี่ยนรสให้ชีวิต
ต่อให้บุญมากพอจะร่ำรวยล้นเซฟ ล้นธนาคาร
ความอยากได้ดวงจันทร์และดวงดาว
ก็ทำให้รู้สึกว่ามีน้อยเกินกว่าจะซื้อได้


ตราบเท่าที่บุญยังไม่มากพอจะเข้าใจความจริง
โดยเฉพาะความจริงเกี่ยวกับทุกข์และการดับทุกข์
ตราบนั้นควรระลึกว่า "บุญยังไม่พอจะเป็นสุข"
เมื่อระลึกไว้เช่นนี้ ย่อมขวนขวายเพื่อบุญกุศล
ในแบบที่จะก่อให้เกิดความสุขทางใจ
ไม่ใช่ในแบบที่จะก่อให้เกิดใจที่หลงผิดคิดพลาดไปเรื่อยๆ

ที่มา -- ดังตฤณ/dharmamag.com






No comments:

Post a Comment

คนมีธรรม